36 แผนที่ ชีวิตของพ่อ

1. ขอบคุณข้าวทุกเม็ด น้ำทุกหยด อาหารทุกจานอย่างจริงใจ

2. อย่าสวดมนต์เพื่อขอสิ่งใด นอกจาก “ปัญญา” และ “ความกล้าหาญ”

3. “เพื่อนใหม่” คือของขวัญที่ให้กับตัวเอง ส่วน “เพื่อนเก่า”/”มิตร” คืออัญมณีที่นับวันจะเพิ่มคุณค่า

4. อ่านหนังสือ ธรรมะปีละเล่ม

5. ปฏิบัติต่อคนอื่นเช่นเดียวกับที่ต้องการให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อเรา

6. พูดคำว่า “ขอบคุณ” ให้มากๆ

7. รักษา “ความลับ” ให้เป็น

8. ประเมินคุณค่าของการให้ “อภัย” ให้สูง

9. ฟังให้มากแล้วจะได้คู่สนทนาที่ดี

10. ยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง หากมีใครตำหนิ และรู้แก่ใจว่าเป็นจริง

11. หากล้มลง จงอย่ากลัวกับการลุกขึ้นใหม่

12. เมื่อเผชิญหน้ากับงานหนักคิดเสมอว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะล้มเหลว

13. อย่าถกเถียงธุรกิจภายในลิฟท์

14. ใช้บัตรเครดิตเพื่อความสะดวก อย่าใช้เพื่อก่อหนี้สิน

15. อย่าหยิ่งหากจะกล่าวว่า “ขอโทษ”

16. อย่าอายหากจะบอกใครว่า “ไม่รู้”

17. ระยะทางนับพันกิโลเมตร แน่นอนมันไม่ราบลื่นตลอดทาง

18. เมื่อไม่มีใครเกิดมาแล้ววิ่งได้ จึงควรทำสิ่งต่างๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป

19. การประหยัดเป็นบ่อเกิดแห่งความร่ำรวย เป็นต้นทางแห่งความไม่ประมาท

20. คนไม่รักเงิน คือคนไม่รักชีวิต ไม่รักอนาคต

21. ยามทะเลาะกัน ผู้ที่เงียบก่อน คือผู้ที่มีการอบรมสั่งสอนที่ดี

22. ชีวิตนี้ฉันไม่เคยได้ทำงานเลยซักวัน ทุกวันเป็นวันสนุกหมด

23. จงใช้จุดแข็ง อย่าเอาชนะจุดอ่อน

24. เป็นหน้าที่ของเราที่จะพูดให้คนอื่นเข้าใจ ไม่ใช่หน้าที่ของคนอื่นที่จะทำความเข้าใจกับสิ่งที่เราพูด

25. เหรียญเดียวมี 2 หน้า ความสำเร็จ กับล้มเหลว

26. อย่าตามใจตัวเอง เรื่องยุ่งๆ เกิดขึ้นล้วนตามใจตัวเองทั้งนั้น

27. ฟันร่วงเพราะมันแข็ง ส่วนลิ้นยังอยู่เพราะมันอ่อน

28. อย่าดึงต้นกล้าให้โตไวๆ (อย่าใจร้อน)

29. ระลึถึงความตาย วันละ 3 ครั้ง ชีวิตจะมีสุข มีอภัย มีให้

30. ถ้าติดกระดุมเม็ดแรกผิด กระดุมเม็ดต่อๆไปก็ผิดหมด

31. ทุกชิ้นงานจะต้องกำหนดวันเวลาแล้วเสร็จ

32. จงเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดชีวิต เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมได้ตลอด

33. ดาวและเดือนที่อยู่สูง อยากได้ต้องปีน “บันไดสูง”

34. มนุษย์ทุกคนมีชิ้นงานมากมายในชีวิต จงทำชิ้นงานที่สำคัญที่สุดก่อนเสมอ

35. หนังสือเป็นศูนย์รวมปัญญาของโลก จงอ่านหนังสือเดือนละเล่ม

36. ระเบียบวินัย คือ คุณสมบัติที่สำคัญในการดำรงชีวิต ขอพระองค์ทรงพระเจริญค่ะ

  อ่านแล้วได้ข้อคิดดีๆ จึงเก็บมาฝากนะค่ะ

Advertisements

งานวิจัยของดิฉัน

 

         การรู้สารสนเทศทางธุรกิจของนักศึกษาระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร โดย ชูชีพ มามาก

       สามารถดูตัวเล่มได้ที่ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ    เลขเรียกหนังสือ คือ 025.524 ช651   ปริญญานิพนธ์  ชั้น 4     ต้องขอบขอบคุณอาจารย์   

         อาจารย์ ดร. แววตา เตชาทวีวรรณ ซึ่งเป็นประธาน

          ผศ. ดร.  อารีย์ ชื่นวัฒนา    ซึ่งเป็นกรรมการ   

         ที่คอยดูแลให้คำแนะนำ ตลอดจนแก้ไขข้อบกพร่องจนสำเร็จการศึกษา

     

            ชูชีพ มามาก.  (2553).  การรู้สารสนเทศทางธุรกิจของนักศึกษาระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ  มหาวิทยาลัยเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร.  ปริญญานิพนธ์ ศศ.ม. (บรรณารักษศาสตร์ และสารสนเทศศาสตร์). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.  คณะกรรมการควบคุม: อาจารย์ ดร. แววตา เตชาทวีวรรณ,  อาจารย์ ดร. อารีย์ ชื่นวัฒนา.

            การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาและเปรียบเทียบระดับการรู้สารสนเทศของนักศึกษาระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร จำแนกตาม เพศ ชั้นปี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักศึกษาปริญญาตรี ภาคปกติ คณะบริหารธุรกิจ ชั้นปีที่ 2-4  จำนวน 403 คน โดยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบทดสอบวัดระดับการรู้สารสนเทศ โดยใช้เกณฑ์มาตรฐานทักษะสามัตถิยะสารสนเทศสำหรับนักศึกษาทางธุรกิจ ของแนนซี่ เอ. คันนิ่งแฮม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานโดยใช้ค่า t-test และ F-test

            ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้

            1.  ระดับการรู้สารสนเทศทางธุรกิจของนักศึกษาระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเอกชนในเขตกรุงเทพมหานครโดยรวม พบว่าอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่านักศึกษามีระดับการรู้สารสนเทศปานกลางเกือบทุกด้าน ได้แก่ ความสามารถกำหนดลักษณะและขอบเขตของสารสนเทศที่ต้องการได้ ความสามารถใช้วิจารณญาณในการประเมินสารสนเทศและแหล่งสารสนเทศ รวมทั้งเชื่อมโยงสารสนเทศที่ได้กับความรู้ที่มีอยู่เดิม ความสามารถใช้สารสนเทศให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และความสามารถเข้าใจประเด็นทางเศรษฐกิจ กฎหมาย และสังคมที่เกี่ยวกับการเข้าถึงสารสนเทศอย่างมีจริยธรรมและถูกกฎหมาย ยกเว้นความสามารถเข้าถึงสารสนเทศที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล อยู่ในระดับต่ำ

            2.  เปรียบเทียบระดับการรู้สารสนเทศทางธุรกิจของนักศึกษาระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร จำแนกตามตัวแปรพบว่า

                2.1  นักศึกษาที่มีเพศต่างกัน มีระดับการรู้สารสนเทศแตกต่างกัน ทั้งโดยรวมและรายด้าน  โดยนักศึกษาเพศชายมีระดับการรู้สารสนเทศสูงกว่าเพศหญิง

                2.2  นักศึกษาที่ศึกษาในชั้นปีที่ต่างกัน มีระดับการรู้สารสนเทศแตกต่างกัน ทั้งโดยรวมและรายด้าน โดยนักศึกษาชั้นปีที่ 3 และชั้นปีที่ 4 มีระดับการรู้สารสนเทศสูงกว่านักศึกษาชั้นปีที่ 2

                2.3  นักศึกษาที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่างกัน มีระดับการรู้สารสนเทศแตกต่างกันทั้งโดยรวมและรายด้าน โดยนักศึกษาที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีและปานกลางมีระดับการรู้สารสนเทศสูงกว่านักศึกษาที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนพอใช้  

                2.4  นักศึกษาที่มีความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์ต่างกัน มีระดับการรู้สารสนเทศแตกต่างกันทั้งโดยรวมและรายด้าน  โดยนักศึกษาที่มีความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์อยู่ในระดับมากมีระดับการรู้สารสนเทศสูงกว่านักศึกษาที่มีความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์ปานกลางและน้อย

 
 
 

 

ธรรมโอสถ

      อันหนทางชีวิตคิดดูเถิด           เมื่อเราเกิดแล้วต้องแก่แน่ใช่ไหม

หนีไม่พ้นเจ็บไข้กายและใจ             จะแก้ไขอย่างไรให้ทุกข์คลาย

เป็นโรคกายหมอยารักษาโรค         ถูกโฉลกถูกเหตุผลดลโรคหาย

เป็นโรคใจภัยรุมเร้าเศร้าปางตาย     ทุกข์มลายเมื่อรู้ใช้โอสถธรรม

เติมธรรมะใช้ชีวิตพิชิตโรค             ดับทุกข์โศกดับตัณหาอย่าถลำ

ดับกิเลสโลภ-โกรธ-หลงจงหมั่นจำ   ยึดพระธรรมพระศาสดาเป็นยาใจ

 

 

จากหนังสือ วิธีใช้หนี้พ่อแม่และหน้าที่ของเด็ก

สัมมนาประจำปี 2553 ณ บุหงาส่าหรี รีสอร์ท วังน้ำเขียว จ. นครราชสีมา

  •  

            ในปี พ.ศ  2553 ศูนย์สนเทศและหอสมุดได้จัดสัมมนาประจำปีขึ้น ในวันที่ 18-19 กันยายน 2553 ที่ วังน้ำเขียว จ. นครราชสีมา ณ บุหงาส่าหรี รีสอร์ท   โดยมีบุคคลากรของศูนย์สนเทศ บุตรและผู้ติดตาม รวมจำนวนคนไปทั้ง
    57  คน โดยมี รถบัสใหญ่ของมหาวิทยาลัยและรถ ครอบครัวสน 1 คันและรถครอบครัวพี่จิตร อีก 1 คันนัดพบกันหน้าตึกอธิการบดี 7.30 น. ล้อหมุน แต่ รออ. ณัฐ ซึ่งมาถึง 8 โมง จากจากนั้น ล้อก็หมุนออกเดินทาง 8.00 น. รถก็ออกเดินทางซึ่งบรรยากาศ ไม่ค่อยดีเท่าไร มีฝนตกตลอดการเดินทาง  ส่วนผู้โดยสารบนรถนั้นก็สนุกสนานกัน โดยมีการเล่นเกมส์          บิงโก   เล่นกันเกมส์ละ 5 บาท  โดยมี โขงเป็นคนขานเลขและมีชีพเป็นคนจดและตรวจสอบความถูกต้อง เล่นกันได้  4-5 ครั้งก็เริ่มเบื่อแล้ว ต่อไปก็เป็นการผักผ่อนตามอัธยาศัยจนกระทั้งมาถึง ปาลิโอ 11 โมง    ทางคณะกรรมการให้เวลา  45  นาที สำหรับการพักรับประทานอาหารและเก็บภาพตามอัธยาศัย หลังจากนั้นก็ออกเดินทางต่อ ระหว่างทางก็เจอฝนมาเรื่อยๆ จนมาถึงที่พัก ประมาณ บ่าย 3 โมงเย็นค่ะ  ถึงซะที่เหนื่อยจัง นานนะ กว่าจะมาถึง ก็แวะเอาข้าวของเก็บและต้องอยู่ในห้องเพราะฝนยังตกอยู่  จนกระทั่งตอนเย็นไปกินข้าว  6 โมงกว่า ๆ   กับข้าวหมด ไป 2 อย่างแล้วคือ ผัดผัก และไก่ทอด ไปถามเขาบอกว่าหมดแล้ว ไม่มี ถ้าสั่งต้องคิดเงินเพิ่ม และแล้วก็สั่งมาเพิ่ม 2 อย่างที่หมดไปกว่าจะมาก็นานไม่มีอารมณ์กินแล้วล่ะ ไม่ต่อเนื่อง ประจวบกับลูกบุคคลากรหิว ก็เลยได้ 2 จานที่สั่งมาที่หลังกินกันนะ นั่งดูเขาเล่นเกมส์สักพักหนึ่งก็กลับบ้านนอน (เป็นหวัด จึงกลับมาพักผ่อน)  ไปถามเขาว่าไม่มีผลไม้เหรอ เขาก็ถามว่าจะให้ตั้งเลยเหรอ เราก็งงนะ (ปกติ ถ้ามีอาหารก็มีผลไม้ตั้งพร้อมกัน)  หลังจากนั้นก็ไม่มีวี่แววของผลไม้
  •        ตอนเช้าตื่นมา 5.30 น. มาเดินเล่นมาเจอพี่ชู ก็เดินไปเรื่อย ๆ รอบ ๆ รีสอร์ทหลังจากเดินเสร็จแล้วมาเล่นฮูล่าฮูป ต่อจากน้องนุช จนกระทั้ง 7 โมงก็ไปอาบน้ำ รับประทานอาหารเช้า มีแต่คนพูดว่าให้รีบไปนะเดียวอาหารหมดเหมือนเมื่อคืนนี้อีก (ฮิฮิ)   อาบน้ำเสร็จก็ไปกินข้าวเช้าประมาณ 7.30 น. โดยมีอาหารแบบไทย (ข้าวต้ม , ยำกุนเชียง ข้าวผัด  ยำไข่เค็ม ยำเกี้ยมฉ่าย ผัดผัก) และฝรั่ง (ขนมปัง ไส้กรอก แฮม ไข่ดาว) กินเสร็จแล้วก็ถ่ายรูปบริเวณด้านหน้ารีสอร์ท
                  เวลา  9.00น ออกเดินทางไปซื้อผักที่ไร่สุชาดาด้านหน้ารีสอร์ท แต่ปรกฎว่าผักไม่มี เมื่อเช้ามีแขกมาซื้อไปหมดแล้ว  ก็กลับมาผักผ่อนตามอธัยาศัย จนกระทั่ง 11.30  โมง ก็เตรียมตัวกลับพร้อมทั้งรับประทานอหาร โดยมีแกงเขียวหวานไก่ (ตักให้ ไก่ คนละ 2 ชิ้น) และข้าวหมูทอด พร้อมทั้งต้มจืด คนละ ครึ่งถ้วย  หลังจากนั้นก็ถ่ายภาพหมู่กันและล้อหมุน 12.40 น.
                  ออกเดินทางมาสักพักหนึ่งก็มาเจอฝนอีก รถก็ขับมาเรื่อย ๆ  แล้วมาแวะซื้อของที่กลางดง  ได้รับเงินคืนคนละ 100 บาท เพื่อซื้อของฝาก  หลังจากนั้กก็ออกเดินทางต่อมาแวะซื้อของที่ ไร่สุวรรณ แต่ว่าปรากฎว่า ของหมดจึงกลับบ้านกัน  รถก้ขับมาเรื่อย ๆ จนกระทั้งมาถึง มธบ. ด้วยความสวัสดิภาพ เวลา  19.30 น.
                  ประทับใจ บรรยากาศตอนเย็น ฝนตก ฟ้าปิด ตอนเช้ามีทะเลหมอก สวยงามมาก  ห้องพักสวย แต่อากาศตอนสาย ๆ ร้อนมาก ถ้าหน้าหนาวจะสวยและดีกว่านี้ หน้านี้ฝนตกอยู่แต่ในห้อง (อาหารไม่ประทับใจ น้อย ไม่เพียงพอ  คนมาที่หลังไม่ได้กิน)
  •                                             

    This slideshow requires JavaScript.

      

    ซื้อ CD ที่วัดดวงแข

              วันที่ 9  กันยายน  2553   เวลา  09.00 วันนี้ขอรถไม่ได้ ไปรถพี่พัน  มีผู้ร่วมเดินทาง 3 คน คือ พี่พัน พี่เป้า และชีพได้เดินทางไปวัดดวงแข  ซึ่งอยู่แถวๆ  หัวลำโพงเพื่อไปรับ Cd และซื้อ Cd   เกี่ยวกับธรรมะ ซึ่งผอ. ศูนย์สนเทศและหอสมุด เป็นผู้เสนอแนะ ให้ซื้อ  หลังจากนั้น ก็ไปรับหนังสือบริจาคที่ บ้านคุณวิฑูรย์ ทิพรัตนราภรณ์ อยู่ใกล้ๆ กับ โรงพยาบาลหัวเฉียว  ซึ่งจากวัดมาที่บ้านคุณวิฑุรย์ ไม่ไกลเท่าไร  โดยไปรับหนังสือ     ” พระกษิดิครร์โพธิสัตว์ พาเที่ยวเมืองนรก/ บารมีพระโพธิสัตว์กวนอิม ” จำนวน  10   เล่ม  มาเพื่อให้โครงการบรรณารักษ์สัมพันธ์สร้างสรรค์ชุมชน  และโครงการมุมสื่อ เสร็จแล้วก็กลับมากินข้าว ร้านก้ามปู  หลังจากนั้นก็กลับมาถึงห้องสมุดประมาณ 13.30 น. มาถึงก็ขึ้นฟังการสาธิต ฐานข้อมูลและหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ของบริษัท คิโนคูนิยะ เสร็จ  4 โมงเย็น

               วันนี้เหนื่อยมาก ออกไปข้างนอกร้อนมาก ปวดหัวกลับบ้านพักผ่อนดีกว่า

    วิธีบำรุงผิวด้วยแตงโม

    มารู้จักบำรุงผิวหน้าด้วยแตงโมกันดีกว่า   โดยมีวิธีทำ ดังนี้      

         คือ เฉือนเนื้อแตงโม ให้เป็นชิ้นบาง ๆ พอประมาณ โดยคัดเฉพาะที่เป็นเนื้อในสุด อย่านำเนื้อแตงโมที่อยู่ใกล้ชิดกับเปลือก เนื่องจากเนื้อส่วนนี้จะมีความเข้มข้นของกรดอยู่พอประมาณ และมีความแข็งไม่เหมาะที่จะนำมาใช้ เมื่อได้ชิ้นแตงโมที่ฝานบางๆ แล้ว นำมาวางไว้บนผ้าขาวบางที่เตรียมไว้ จากนั้นนำมาวางปิดลงบนใบหน้าให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด

    สิ่งที่ได้จากการบำรุงผิวหน้าด้วยแตงโม คือ ความเย็นของแตงโมช่วยผ่อนคลายผิวด้านนอกให้สดชื่น สารสีแดงจากแตงโม ที่เรียกว่า ไลโคปีน ที่มีแอนตี้ออกซิเดนท์ นอกจากช่วยในการบำรุงหัวใจ รวมถึงมะเร็งแล้ว ยังสามารถดูดซับความมันบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ยังอุดมไปด้วยโพแทสเซียม ที่จะช่วยควบคุมระบบการไหลเวียนของโลหิตในบริเวณผิวหน้าให้เป็นปกติ ช่วยให้รูขุมขนมีความยืดหยุ่น ชุ่มชื่น อีกทั้งในน้ำแตงโม มีโมเลกุลของน้ำตาลอยู่พอประมาณ รวมทั้งกรดอะมิโนอีกเล็กน้อย ช่วยในการบำรุงผิวได้เป็นอย่างดี

    เพียงเท่านี้ก็สามารถมีผิวสวย สดใส ชุ่มชื่นได้แล้ว.

    แหล่งที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์   9/07/2553

    มาสร้างบุญบารมี

     

    1. นั่งสมาธิ     อย่างน้อยวันละ 15 นาที (หรือเดินจงกรมก็ได้)
         อานิสงส์ — เพื่อสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดขึ้นทั้งภพนี้และภพหน้า  เพื่อจิตใจที่สว่างผ่อนปรนจากกิเลศ ปล่อยวางได้ง่าย  จิตจะรู้วิธีแก้ปัญหาชีวิตโดยอัตโนมัติ ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองไม่มีวันอับจน  ผิวพรรณผ่องใส สุขภาพกายและจิตแข็งแรง   เจ้ากรรมนายเวรและญาติมิตรที่ล่วงลับจะได้บุญกุศล  

    2. สวดมนต์ ด้วยพระคาถาต่างๆอย่างน้อยวันละครั้งก่อนนอน
       
    อานิสงส์เพือให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง  ชีวิตหน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า    เงินทองไหลมาเทมา แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวง จิตจะเป็นสมาธิได้เร็ว   แนะนำพระคาถาพาหุงมหากา , พระคาถาชินบัญชรพระคาถายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก เป็นต้น   เมื่อสวดเสร็จต้องแผ่เมตตาทุกครั้ง 

    3. ถวายยารักษาโรค ให้หวัด , ออกเงินค่ารักษาให้พระตามโรงพยาบาลสงฆ์ 
        อานิสงส์ – — ก่อให้เกิดสุขภาพร่มเย็นทั้งครอบครัว โรคที่ไม่หายจะทุเลา   สุขภาพกายจิตแข็งแรง อายุยืนทั้งภพนี้และภพหน้า  ถ้าป่วยก็จะไม่ขาดแคลนการรักษา

    4. ทำบุญตักบาตร ทุกเช้า 
       อานิสงส์ — ได้ช่วยเหลือศาสนาต่อไปทั้งภพนี้และภพหน้า ไม่ขาดแคลนอาหาร   ตายไปไม่หิวโหย อยู่ในภพที่ไม่ขาดแคลน ข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์
     
    5. ทำหนังสือหรือสื่อต่างๆ เกี่ยวกับธรรมะแจกฟรีแก่ผู้คนเป็นธรรมทาน
         อานิสงส์ — เพราะธรรมทานชนะการให้ทานทั้งปวง ผู้ให้ธรรมจึงสว่างไปด้วยลาภ ยศ  สรรเสริญ ปัญญา และบุญบารมีอย่างท่วมท้น เจ้ากรรมนายเวรอโหสิกรรมให้ ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองอย่างไม่คาดฝัน 

    6.  สร้างพระถวายวัด
         อานิสงส์ — ผ่อนปรนหนี้กรรมให้บางเบา ให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้ง ปวง ครอบ ครัวเป็นสุข ได้เกิดมาอยู่ในร่มโพธิสมพานในพุทธศาสนาตลอดไป 

    7. แบ่งเวลาชีวิตไปบวชชีพรามณ์ หรือบวชพระอย่างน้อย 9 วันขึ้นไป
        อานิสงส์ — ได้ตอบแทนคุณพ่อแม่อย่างเต็มที่  ผ่อนปรนหนี้กรรมอุทิศผลบุญให้ญาติมิตรและเจ้ากรรมนายเวร  สร้างปัจจัยไปสู่นิพพานในภพต่อๆไป ได้เกิดมาอยู่ในร่มโพธิ์ของพุทธศาสนา  จิตเป็นกุศล

    8. บริจาคเลือดหรือร่างกาย
        
    อานิสงส์ผิวพรรณผ่องใส สุขภาพแข็งแรง ช่วยต่ออายุ ต่อไปจะมีผู้คอยช่วยเหลือไม่ให้ตกทุกข์ได้ยาก เทพยดาปกปักรักษา  เกิดมามีร่างกายที่งดงามในภพหน้า ส่วนภพนี้ก็จะมีราศีผุดผ่อง  

     9.  ปล่อยปลา ที่ซื้อมาจากตลาดรวมทั้งปล่อยสัตว์ไถ่ชีวิตสัตว์ต่างๆ 
         อานิสงส์ — ช่วยต่ออายุ ขจัดอุปสรรคในชีวิต ชดใช้หนี้กรรมให้เจ้ากรรมนายเวรที่เคยกินเข้าไป ให้ทำมาค้าขึ้น  หน้าที่การงานคล่องตัวไม่ติดขัด ชีวิตที่ผิดหวังจะค่อยๆฟื้นคืนสภาพที่สดใสเป็นอิสระ

     10. ให้ทุนการศึกษา , บริจาคหนังสือหรือสื่อการเรียนต่างๆ , อาสาสอนหนังสือ
           อานิสงส์ — ทำให้มีสติปัญญาดี ในภพต่อๆไปจะ ฉลาดเฉลียวมีปัญญา  ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนอย่างรอบรู้ สติปัญญาสมบูรณ์พร้อม  

    11. ให้เงินขอทาน , ให้เงินคนที่เดือดร้อน  (ไม่ใช่การให้ยืม) 
           อานิสงส์ — ทำให้เกิดลาภไม่ขาดสายทั้งภพนี้และภพหน้า ไม่ตกทุกข์ได้ยาก  เกิดมาชาติหน้าจะร่ำรวยและไม่มีหนี้สิน ความยากจนในชาตินี้จะทุเลาลง จะได้เงินทองกลับมาอย่างไม่คาดฝัน  

    12. รักษาศีล 5 หรือศีล 8
          อานิสงส์ — ไม่ต้องไปเกิดเป็นเปรตหรือสัตว์นรก ได้เกิดมาเป็นมนษย์ผู้ประเสริฐครบบริบูรณ์ ชีวิตเจริญรุ่งเรือง กรรมเวรจะไม่ถ่าโถม ภัยอันตรายไม่ย่างกราย เทวดานางฟ้าปกปักรักษา

    อานิสงส์ 10 ข้อของการไม่กินเนื้อสัตว์ 

     1. เป็นที่รักของบรรดาทพ พรหม ตลอดจนมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย
    2. จิตอันเป็นมหาเมตตาย่อมบังเกิดขึ้น
    3. สามารถตัดขาดความอาฆาต ดับอารมณ์เหี้ยมโหดเครี ยดแค้นในใจลงได้
    4. ปราศจากโรคภัยร้ายแรงมาเบียดเบียนร่างกาย
    5. มีอายุมั่นขวัญยืน
    6. ได้รับการปกป้องคุ้มครองจากเทพทั้งปวง
    7. ยามหลับนิมิตเห็นแต่สิ่งที่ดีงามเป็นสิริมงคล
    8. ย่อมระงับการจองเวร สลายความอาฆาตแค้นซึ่งกันและกัน
    9. สามารถดำรงอยู่ในกระแสพระนิพพาน ไม่พลัดหลงตกลงสู ่ อบายภูมิ
    10. ทันทีที่ละสังขารจากโลกนี้ จิตจะมุ่งสู่สุคติภพ  

            อานิสงส์การจัดสร้างพระพุทธรูปหรือสิ่งพิมพ์อันเกี่ยวกับพระธรรมคำสอนเป็นกุศลดังนี้ อานิสงส์การจัดสร้างพระพุทธรูปหรือสิ่งพิมพ์อันเกี่ยวกับพระธรรมคำสอนเป็นกุศลดังนี้
    1. อกุศลกรรมในอดีตชาติแต่ปางก่อน จะเปลี่ยนจากหนักเป็นเบา จากเบาเป็นสูญ
    2. สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง สรรพภยันตรายสลาย ปวงภัยไม่มี คนคิดร้ายไม่สำเร็จ
    3. เจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติแต่ปางก่อน เมื่อได้รับส่วนบุญไปแล้วก็จะเลิกจองเวรจองกรรม
    4. เหล่ายักษ์ผีราย อสรพิษเสือร้าย ไม่อาจเป็นภัยอยู่ในที่ใดก็แคล้วคลาดจากภัย
    5. จิตใจสงบ ราศีผ่องใส สุขภาพแข็งแรง กิจการงานเป็นมงคล รุ่งเรืองก้าวหน้าผู้คนนับถือ
    6. มั่นคงในคุณธรรม ความอุดมสมบูรณ์ปรากฏ (เกินความคาดฝัน) ครอบครัวสุขสันต์   วาสนาที่ยั่งยืน
    7. คำกล่าวเป็นสัจจ์ ฟ้าดินปราณี ทวยเทพยินดี มิตรสหายปรีดา หนี้สินจะหมดไป
    8. คนโง่สิ้นเขลา คนเจ็บหายได้ คนป่วยหายดี ความทุกข์หายเข็ญ   สตรีจะได้เกิดเป็นชายเพื่อบวช
    9. พ้นจากมวลอกุศล เกิดใหม่บุญเกื้อหนุน มีปัญญาล้ำเลิศ บุญกุศลเรืองรอง
    10. สิ่งที่สร้างจะบังเกิดเป็นกุศลจิตแก่ทุกคนที่ได้พบเห็นเป็นเ นื้อนาบุญอย่างเอนกทุกชาติของผู้สร้างที่เกิดจะได้ฟังธรรมจากพระอริยเจ้าปัญญาในธรรมแก่กล้าสามารถได้อภิญญาหก สำเร็จโพธิญาณ  

    อานิสงส์การบวชพระบวชชีพรามณ์    ( บวชชั่วคราวเพื่อสร้างบุญอุทิศให้พ่อแม่เจ้ากรรมนายเวร )
    1. หน้าที่การงานจะเจริญรุ่งเรือง ได้ลาภ ยศ สรรเสริญตามปรารถนา
    2. เจ้ากรรมนายเวรจะอโหสิกรรม หนี้กรรมในอดีตจะคลี่คลาย
    3. สุขภาพแข็งแรง สติปัญญาแจ่มใส ปัญหาชีวิตคลี่คลาย
    4. เป็นปัจจัยสู่พระนิพานในภพต่อๆไป
    5. สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง โพยภัยอันตรายผ่อนหนักเป็นเบา
    6. จิตใจสงบ ปล่อยวางได้ง่าย มองเห็นสัจธรรมแห่งชีวิต
    7. เป็นที่รักที่เมตตามหานิยมของมวลมนุษย์ม! วลสัตว์และเหล่าเทวดา
    8. ทำมาค้าขึ้น ไม่อับจน การเงินไม่ขาดสายไม่ขาดมือ
    9. โรคภัยของตนเอง ของพ่อแม่ และของคนใกล้ชิดจะเบาบางและรักษาหาย
    10. ตอบแทนพระคุณของพ่อแม่ได้เต็มที่สำหรับผู้ที่บวชไม่ได้เพราะติดภาระกิจต่างๆ   ก็สามารถได้รับอานิสงส์เหล่านี้ได้ด้วยการสร้างคนให้ได้บวชสนับสนุนส่งเสริมอาสา การให้คนได้บวช

          ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างบุญที่ยกขึ้นมาเพื่อแสดงให้เห็นถึงอานิสงส์ที่ท่านพึงจะได้รับจงเร่งทำบุญเสียแต่วันนี้ เพราะเมื่อท่านล่วงลับท่านไม่สามารถสร้างบุญได้อีกจนกว่าจะได้เกิด หากท่านไม่มีบุญมาหนุนนำแรงกรรมอาจดึงให้ท่านไปสู่ภพเดรัจฉาน ภพเปรต ภพสัตว์นรกที่ไม่อาจสร้างบุญสร้างกุศลได้ต่อให้ญาติโยมทำบุญอุทิศให้ก็อาจไม่ได้รับบุญดังนั้นท่านจงพึ่งตนเองด้วยการสร้างสมบุญบารมีซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ท่านจะนำติดตัวไปได้ทุกภพทุกชาติเสียแต่วันนี้ด้วยเทอญ  

         การสั่งสมบุญไว้ในชาตินี้และชาติหน้าสามารถทำได้หลายวิธีแล้วแต่ใครจะเลือกทำ  ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำผลจะเกิดกับเราและติดตัวเราไป ทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว ดังคำที่ว่า    “ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำสูงตำอยู่ที่ทำตัว”

     แหล่งที่มา   Forward mail