วิธีอยู่กับคนที่เราเกลียด

รู้ไหมว่า เรามีเวลาอยู่ในโลกนี้คนละกี่ปี
ชีวิตนั้นสั้นยิ่งกว่าหยดน้ำค้างเสียอีก จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า
ถ้าเราใช้เวลาอันแสนสั้นนี้ไปมัวหลับๆตื่นๆอยู่ในความรัก โลภ โกรธ หลง
หมั่นไส้คนนั้น ปลาบปลื้มคนนี้ ริษยาเจ้านายใส่ไคล้ลูกน้อง
ปกป้องภาพลักษณ์ (อัตตา) กด (หัว)
คนรุ่นใหม่หลงใหลเปลือกของชีวิต โดยลืมไปเลยว่าอะไรคือสิ่งที่ตนควรทำอย่างแท้จริง
คิดดูเถิดว่า เราจะขาดทุนขนาดไหน
ท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ เขียนบทกวีไว้ว่า
”น้ำไหลอายุขัยก็ไหลล่วง ใบไม้ร่วงชีพก็ร้างอย่างความฝัน
ฆ่าชีวาคือพร่าค่าคืนวัน จะกำนัลโลกนี้มีงานใด”
คนเราไม่ควรพร่าเวลาอันสูงค่าด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจ
ให้ตกเป็นทาสของความชอบ ความชัง มากนัก
เพราะถ้าเราวิ่งตามกิเลส กิเลสก็จะพาเราวิ่งทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ต่อไปไม่รู้จบ
กิเลสไม่เคยเหนื่อย แต่ใจคนเราสิจะเหนื่อยหนักหนาสาหัสไม่รู้กี่เท่า
ควรคิดเสียใหม่ว่า เราไม่ได้เกิดมาเพื่อที่จะชอบหรือไม่ชอบใคร
หรือเพื่อที่จะให้ใครมาชอบหรือมาชัง
แต่เราเกิดมาสู่โลกนี้เพื่อทำในสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์คนหนึ่งควรจะทำ
เอาเวลาที่รู้สึกแย่ๆ กับคนอื่นนั้นหันกลับมามองตัวเองดีกว่า
ชีวิตนี้เรามีอะไรบ้างที่เป็นแก่นสาร มีงานอะไรบ้างที่เราควรทำ
นอกจากนั้นก็ควรมองกว้างออกไปอีกว่า
เราได้ทำอะไรไว้ให้แก่โลกบ้างแล้วหรือยัง
คนทุกคนนั้นต่างก็มีดีมีเสียอยู่ในตัวเอง
ถ้าเราเลือกมองแต่ด้านเสียของเขา
จิตใจของเราก็เร่าร้อน หม่นไหม้
เวลาที่เสียไปเพราะมัวแต่สนใจด้านไม่ดีของคนอื่นก็เป็นเวลาที่ถูกใช้ไปอย่างไร้ค่า
บางที่คนที่เราลอบมอง ลอบรู้สึกไม่ดีกับเขานั้น
เขาไม่เคยรู้สึกอะไรไปด้วยกันกับเราเลย
เราเผาตัวเราเองอยู่ฝ่ายเดียวด้วยความหงุดหงิด ขัดเคืองและอารมณ์เสีย
วันแล้ววันเล่า สภาพจิตใจแบบนี้ไม่เคยทำให้ใครมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นมาได้เลย
ลองเปลี่ยนวิธีคิด วิธีมองโลกเสียใหม่ดีกว่า
คิดเสียว่าคนเราไม่มีใครดีพร้อมหรือ เลวไม่มีที่ติไปเสียทั้งหมดหรอก
เราอยู่ในโลกกันคนละไม่กี่ปี ประเดี๋ยวเดียวก็จะล้มหายตายจากกันไปหมดแล้ว
มาเสียเวลากับเรื่องไร้สาระทำไม
อะไรที่ควรทำก็รีบทำเถิดปล่อยวางเสียบ้าง
ความโกรธ ความเกลียดนั้นไม่มีคุณค่าอะไรต่อชีวิตอันแสนน้อยนิดนี้เลย
มุ่งไปข้างหน้า ไปหาสิ่งที่มีคุณค่าให้ชีวิตดีงามดีกว่า
วิธีที่แนะนำทั้งหมดนั้น นักภาวนาเรียกว่า ”การกลับมาอยู่กับตัวเอง”
กล่าวคือ ถ้าเราเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องอยู่กับคนที่ไม่ถูกโฉลก
แทนที่จะปล่อยใจให้อยู่กับ ความรู้สึกแย่ๆไปตลอด ก็ควรหันกลับเข้ามา ”มองด้านใน”
แก้ไขที่ตัวเอง อย่ามุ่งแก้ไขที่คนอื่น
เพราะยิ่งพยายามแก้ไขคนอื่น ก็ยิ่งยุ่งเหมือนลิงทอดแห
ยิ่งเราให้ความสำคัญกับคนที่เราเกลียดมากเท่าใด
สภาพจิตใจก็ยิ่งแย่ลงมากเท่านั้น
วิธีที่ดีที่สุดในการอยู่กับคนที่เรารู้สึกไม่ดีหรือเป็นปฏิปักษ์ก็คือ
การดึงความรู้สึกจากเขามาอยู่เราทุกขณะ
หรือถ้าเช่นนั้นก็ย้ายตัวเองออกไปเสียจาก สภาพแวดล้อมเช่นนั้นให้เร็วที่สุด
อย่าอยู่นานจนทุกข์นั้นกลัดหนองเป็นมะเร็งร้ายในอารมณ์
ปราชญ์จีนบอกว่า ”ถ้ามีขุนเขาขวางท่านอยู่ข้างหน้า อย่าเสียเวลาย้ายขุนเขา
แต่จงย้ายตัวเอง ”
ดังนั้นเราควรจะย้ายภูเขาที่อยู่ข้างในหรือจะย้ายภูเขาที่อยู่ข้างนอก?

โดย ว.วชิรเมธี

อ่านแล้วดีมาก ๆ เลยจึงเก็บมาฝากเจ้าค่ะ 

Advertisements

ตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลเทพธารินทร์

      วันที่ 25 ตุลาคม  2553  ได้ไปตรวจสุขภาพเพื่อจะได้รู้ว่าตัวเองจะต้องปรับปรุงแก้ไข อะไรบ้าง เพื่อชีวิตจะได้ยืนยาว โรคภัยไม่ถามหา

1. โปรแกรมตรวจองค์ประกอบร่างกาย (Body Composition) ภาพรวมโดยทั่วไปก็ปกติ แต่มีข้อที่ต้องปรับปรุงคือ ให้ลดไขมันและลดน้ำหนัก

2. โปรแกรมการตรวจประเมินการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติและสภาวะเครียด (ANS Function Assessment and Stress Test) ในภาพรวมของระบบประสาทและสภาวะความเครียดนั้นปรากฏว่า ความทนต่อสภาวะความเครียด ระดับความเครียด ระดับความเหนื่อยล้า นั้นอยู่นะดับดี คือสามารถจัดการกับสภาวะต่างๆ เหล่านี้ได้ดี ส่วนอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ในเกณฑ์ปกติ คือ 60-90 ครั้งต่อนาที

3. การตรวจสภาวะหลอดเลือด (Blood Circulation Assessment) หัวใจอยู่ในเกณฑ์ปกติ

4. การทดสอบสมรรถภาพทางกาย (Physical Fitness Test)

         4.1 ผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายของความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ Grip strength การวัดแรงบีบมือ เกณฑ์ที่เราทำได้ คืออยู่ในระดับปานกลาง คือ 0.48- คือได้รับคำแนะนำมาว่าควรเพิ่มการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การบีบมือหรือกำมือ เกี่ยวข้องกับการทำงานของกล้ามเนื้อแขนท่อนล่างและมือถึง 35 มัดด้วยกัน การทำงานของกล้ามเนื้อเหล่านี้ทำให้เราสามารถหิ้วถุงช็อบปิ้ง เปิดฝาขวดน้ำ บิดลูกบิดประตู โหนรถเมล์ เป็นต้น หากกล้ามเนื้อเหล่านี้มีความแข็งแรงเพียงพอ ก็จะเกิดบาดเจ็บได้ง่าย ส่งผลให้ไม่สามารถทำกิจกรรมเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  

           4.2 ผลการทดสอบสมรรถภาพทางกาย ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ Sit and Reach Test การวัดความอ่อนตัว เกณฑ์ที่เราทำได้ คืออยู่ในระดับต่ำมาก คือ 3 คำแนะนำ ควรเพิ่มการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ เมื่อเราอายุมากขึ้นมวลของกล้ามเนื้อก็จะลดลงและสูญเสียความแข็งแรงไป ทำให้กล้ามเนื้อเกิดความตึงตัวมากขึ้น ส่งผลให้ข้อต่อต่างๆ ของร่างกายมีช่วงการเคลื่อนไหวที่น้อยลง กล้ามเนื้อที่ยืดหยุ่นไม่ดีมักจะฉีกขาด เจ็บปวด หรือปวดเมื่อยล้าได้ง่าย เช่น อาการปวดหลังจากการนั่งทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ หรือเกิดการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย สาเหตุหลักของการสูญเสียความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ คือการขยับเขยื้อนร่างกายน้อยลงนั่นเอง ซึ่งอาจนำไปสู่ลักษณะท่าทางของร่างกายที่ไม่เหมาะสมและสูญเสียการทำงานตามปกติของกล้ามเนื้อได้

         4.3 ผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายของระบบหัวใจและปอด Ymca 3 min Step Test การทดสอบก้าวขึ้นลง 3 นาที เกณฑ์ที่เราทำได้ คืออยู่ในระดับดีมาก คือ 60 คำแนะนำ ควรมีการออกกำลังกายแบบโอแรบิกอย่างสม่ำเสมอ เช่น เดิน เดินเร็ว วิ่งเหยาะ ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิกในน้ำ เต้นสีลาศ เต้นคลาสแอโรบิก

60 ข้อคิดจากพ่อ

 1. ลูกจงจำไว้ว่า การไม่ต่อสู้ในบางกรณีกลับเป็นวีรกรรม

ที่ยิ่งใหญ่ กว่าการต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย

2.  ลูกอย่าเลือกของที่ชอบด้วยความอยากของลูก แต่จง

เลือกด้วยสติปัญญาและพิจารณาถึงประโยชน์และโทษของมันเสียก่อน

3. ลูกจงอย่าโกรธคนไม่ดีที่จริง เขาก็อยากจะดีเหมือนกันแต่เขา

ไม่เข้าใจว่าอะไรเป็นความดี…และอะไรไม่ดี

4.  ลูกจะตำหนิติเตียนใครก็จงดูตนเองเสียก่อน อย่าให้เขาว่าเรา

ได้

5. ลูกจะเห็นว่าผู้ที่มีสัมมาคารวะ จะพบแต่ความเจริญ การอ่อน

น้อมเป็นเป็นคุณสมบัติของสุภาพบุรุษ การยกมือไหว้ผู้อื่นได้ คือ การทำลาย ตัวกู- ของกู

6. ลูกพ่อต้องเป็นคนแข็งแรง ไม่แข็งกระด้าง ลูกพ่อต้องเป็นคน

เรียบง่าย ไม่มักง่าย ลูกพ่อต้องเป็นคนอ่อนโยน ไม่อ่อนแอ

7. ลูกของพ่อ คล่องแคล่วว่องไว  เป็นปัจจัยแห่งความก้าวหน้า

ของครอบครัว

8.  เงินทองที่ลูกมี ยิ่งใช้ยิ่งหมดไป ปัญญาที่ลูกหาได้ยิ่งใช้ยิ่ง

เพิ่มพูน

9. ถ้าลูกทำเด่น จะถูกคนเขาเขม่นและสมน้ำหน้า ลูกจะพลาดท่า

ลงมา เพราะความยากเด่นอยากดัง

10. ลูกจงจำไว้ว่า เงินทองเป็นของนอกกาย พ่อแม่ สุขใจ เมื่อ

พี่น้องรักกัน

11. ลูกจงโอนอ่อนผ่อนตาม อย่างฉลาดและสุขุม การพ่ายแพ้

ด้วยศิลปะ ดีกว่าการชนะด้วยอารมณ์

12. ความกล้าหาญต้องประกอบด้วยสติปัญญา ถ้าลูกกล้าโดยไม่

มีสติปัญญาเขาเรียกว่า คนบ้าบิ่น

13. ลูกต้องทำทุกอย่างด้วยความสุจริต จิตผ่องใส เมื่อทุจริต จิต

หมองไหม้

14. ทรัพย์สมบัติ ไม่ใช่สิ่งจำเป็น ที่พ่อแม่จะให้แก่ลูก ความรู้

และความประพฤติดีเท่านั้น ที่พ่อแม่ควรมอบให้แก่ลูก อันเป็นที่รัก

15. ลูกหลีกทางให้เขาก็คือหลีกทางให้เราพ้นจากอันตรายใน

ที่สุดก็จะได้รับผลดีด้วยกันทั้งเราและเขา

16. ปลายทางสุดท้ายของความไม่พอ  คือความทุกข์

17. ลูกจงจำไว้ว่า ผู้ที่ไม่เคยให้อภัยคนผู้อื่นคือผู้อ่อนแอทาง

จิตใจ การให้อภัยศัตรู คือการสร้างมิตร

18. ถ้าผู้อื่นหลอกเรา เรารู้ง่ายและแก้ไขได้ง่าย แต่ถ้าลูกหลอก

ตัวลูกเอง รู้ยากแก้ไขได้อยาก

19. ลูกควรจำสิ่งที่ควรจำ ลืมสิ่งที่ควรลืม ทำสิ่งที่ควรทำและ

ต้องรู้ว่า สิ่งใดควรทำก่อน สิ่งใดควรทำที่หลัง

20. เมื่อลูกสังเกต จะพบว่าภายหลังเสียงหัวเราะ จะมีน้ำตา ภาย

หลังที่เสียน้ำตา จักเห็นแสงธรรม คือความจริงของชีวิต

21. หกล้ม เพราะก้าวเดินไปข้างหน้า ยังดีกว่าลูกยืนเต๊ะท่าอยู่

กับที่เพราะถ้ายืนไม่ดี ก็จะมีคนมาถีบให้ล้มอยู่ดี

22. ลูกจงหาความสุขกับปัจจุบัน อย่าใฝ่ฝันถึงอนาคต อย่าหมก

กับอดีตจะทุกข์

23. โชคเข้าข้างผู้ที่มีความอ่อนน้อมเสมอ ถ้าลูกเป็นผู้น้อยที่

นอบน้อมผู้ใหญ่ใครๆ ก็รัก ถ้าลูกเป็นผู้ใหญ่ที่เข้าใจผู้น้อย ผู้น้อยก็มีความภักดี

24. ชีวิตคือการต่อสู้ ศัตรูคือยากำลัง ขอให้ลูกคิดอยู่เสมอว่า ถ้า

สิ่งใดในโลก ที่ผู้อื่นทำได้ ไม่มีเหตุผลอะไร ที่เราทำไม่ได้

25. ความเศร้าโศกเสียใจ มิได้ทำให้ใครได้รับประโยชน์อะไร

นอกจากทำให้ศัตรูของเราดีใจและสมน้ำหน้าเรา

26.เมื่อพบภัยที่อยู่ข้างหน้า จงหนีเข้าหาพระจักหนีไปหาโจร

ซึ่งโจรจักฉวยโอกาสเอาจากเราเสมอ อย่างคาดไม่ถึง

27. คนเรามีความโลภทุกคน ถ้าโลภมาก ก็จะทุกข์มาก ถ้าโลภ

น้อย ก็จะทุกข์น้อย ถ้าไม่โลภก็จักไม่ทุกข์

28. ถ้าลูกประพฤติดี ลูกก็จะพบกับคนประพฤติดี ถ้าลูก

ประพฤติชั่ว ลูกก็จะพบกับคนชั่ว ขอให้ลูกเลือกคบคนให้ถูกต้องเถิด ลูกจักเป็นผู้ที่โชคดี

29. ลูกจงอย่ากลัวไปเลยว่า จะได้แต่งงานกับคนไม่ดี ถ้าลูกไม่

สูบ ไม่ดื่ม ไม่เล่น ไม่เที่ยว ลูกก็จะพบกับคู่ครองที่ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เล่น ไม่เที่ยวเช่นกัน

30. ไม่ว่าคนหรือสัตว์ ต้องการฟังคำอ่อนหวาน ลูกก็เช่นกัน

ควรพูดคำอ่อนหวานแก่ผู้อื่น เมื่อลูกอ่อนหวานกับผู้อื่น ผู้อื่นก็จะอ่อนหวานกับลูก

31. ลืมอะไรก็ลืมได้ แต่อย่าลืมตัว  เสียอะไรก็เสียได้แต่อย่าเสียคน ผิดอะไรก็ผิดได้ แต่อย่าผิดศีลธรรม

32. ลูกจงจำไว้ว่า ศัตรูในวันนี้ อาจเป็นมิตรในวันหน้า เพราะฉะนั้นอย่าทำอะไรเขา

รุนแรงและเกินเลย

33. ลูกจงสนุกกับการใช้เงินและพร้อมกันนั้น ลูกต้องสนุกกับการเก็บรักษาเงินด้วย

และยิ่งกว่านั้น ต้องสนุกกับการหาเงินอย่างไม่เป็นทุกข์ คือหาด้วยความถูกต้อง

34. การกระทำของลูก บางครั้งยังไม่ถูกใจตนเองแล้วจะให้คนอื่นทำให้ถูกใจเราเสมอ

ไปได้อย่างไร คิดแค่นี้ลูกก็จักไม่โกรธคนอื่น

35. ถ้าลูกกล้าอย่างถูกต้อง ก็จะเป็นผู้ฉลาด ถ้าลูกกล้าอย่างบ้าบิ่น ก็จะเป็นคนโง่ ขอให้ลูกจงกล้าอย่างชาญฉลาด

36. บาปและบุญทั้งปวงที่ลูกทำอยู่ในขณะนี้ สักวันหนึ่งจะรวมตัวกันมาสนองแก่ลูก

สิ่งที่ลูกได้รับอยู่ทุกวันนี้เป็นผลจากการกระทำของลูกทั้งสิ้น

37. ลูกจงจำไว้ว่าธรรมชาติไม่เคยให้อภัยใคร ใครทำอย่างใดต้องได้อย่างนั้นแต่

ธรรมชาติก็ให้โอกาสทุกคนเสมอ แต่คนเราโดยส่วนมากไม่ค่อยยอมรับโอกาสนั้น

38. เมื่อเกิดปัญหาแก้ให้ถูกจุด จักพ้นทุกข์ อย่าเป็นเช่นคุณยายแก่ๆ มองหาเข็มที่เสา

ไฟฟ้า เพราะมีแสงสว่างแต่หาเท่าใดก็ไม่พบ เพราะเหตุว่าแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เข็มหายภายในบ้านแล้วมาหานอกบ้านเพียงเพราะในบ้านไม่มีแสงไฟฟ้า น่าขันไหมล่ะ

39. ลูกจงจำไว้ว่าคนเห็นแก่เงิน คบยาก คนเห็นแก่งาน คบง่าย คนเห็นแก่ผู้อื่น คบ

สบาย

40. ถ้าลูกปรารถนาให้ผู้อื่นรัก ลูกต้องทำตัวให้น่ารัก ลูกจึงจะเป็นที่รักของผู้อื่น

41. ไม้ล้มข้ามได้ คนล้มอย่าข้าม สำคัญที่สุด ลูกอย่ามองข้ามตนเอง

42.  ผู้กล้าหาญ คือผู้ที่สามารถบังคับตนเองได้ ถ้าลูกจักปลูกต้นไม้ ต้องบำรุงราก แต่ถ้าปลูกจิตใจ ต้องบำรุงด้วยศีล ด้วยธรรม

43. ลูกเกิดเป็นคนแล้ว ต้องพยามยามทำดีที่สุดเมื่อทำดีที่สุดแล้ว นอกนั้นแล้วแต่ฟ้า

ลิขิต โบราณว่า ลิขิตเป็นของฟ้า(ผลของการกระทำ) ชะตาเป็นของคน (การกระทำของตัวตนเอง)

44. ลูกควรจะยอมผิดใจกับคนสุภาพชนแต่อย่าผิดใจกับคนพาล จะเดือดร้อนอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง

45. การไม่ระวังการใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อยๆ อาจทำให้ล่มจมได้ ดังเช่นเรือรูรั่วเล็ก ๆ  อาจ

ทำให้เรือใหญ่จมได้

46. โรคภัยทางร่างกาย จะเข้ามาทางปากภัยพิบัติ ก็จะออกจากปากของเรา เช่นกัน เมื่อลูกจะพูดสิ่งใด จงพิจารณาให้ดีๆ

47. การโกรธเป็นวิสัยของปุถุชน การให้อภัย เป็นวิสัยของบัณฑิต ลูกพ่อจะเป็น

บัณฑิต จึงต้องฝึกการให้อภัยด้วยความมีเมตตา เพราะเมตตาแก้ความโกรธได้

48.  การเดินทางหมื่นลี้ต้องมีก้าวแรกยามลูกมีอำนาจ จงหย่าเหลิงอำนาจ ยามลูกมี

ความสุขก็อย่าหลงระเริง  ระวังความทุกข์จักตามมา

49. ถ้าลูกให้เงินเพื่อนยืม ระวังจะเสียเงิน จะเสียเพื่อน จะเสียใจ เพราะฉะนั้นลูกอย่าให้เงินใครยืม ถ้ามีก็ให้เขาไปเลย

50. ถ้าลูกระแวงสงสัยใครแล้ว ลูกอย่าทำธุรกิจร่วมกันเพราะจะมีแต่ระแวงกัน การงานไม่ราบรื่น ความทุกข์จะเข้ามาในจิตใจของลูก

51. เรือที่ออกทะเลปฏิเสธคลื่นลมไม่ได้ ฉันใดชีวิตของลูกปฏิเสธอุปสรรคไม่ได้ ฉันนั้น

52. ลูกสังเกตดูจักรู้ว่าผู้เป็นคนดี มักอ่อนน้อมถ่อมตน ผู้โง่เขลามักหยิ่งยโส ทะนงตน คนโง่มักอวดตัวว่าฉลาดหรืออยากให้คนอื่นรู้ว่าฉลาด จึงโอ้อวด คุยเบ่งทับถมคนอื่น ส่วนคนฉลาดมักไม่อวดตัวจักเป็นคนอ่อนน้อม ถ่อมตน ไม่หยิ่งยโส ไม่โอหังและชอบประกาศความดีของผู้อื่น

53. แมลงผึ้งชอบของหอมของหวาน แมลงวัน ชอบของเหม็นของเน่าเสีย ถ้าลูกชอบสิ่งที่ไม่ดี คบคนไม่ดี คิดไม่ดี พูดไม่ดี ทำไม่ดี ไปสู่สถานที่ไม่ดีแล้ว ลูกก็จะเปรียบเช่นแมลงวัน ไม่มีใครชอบหรืออยากจะให้ความรัก  แต่ถ้าลูกคิดดี  พูดดี ทำดี คบคนดีและไปแต่เฉพาะแต่ที่ดี ก็เช่นแมลงผึ้ง คนดีใครก็อยากคบด้วย ถ้าลูกเป็นแมลงผึ้ง ลูกก็ได้พบกับดอกไม้ ถ้าลูกเป็นแมลงวัน ลูกก็ได้พบแต่ของเน่าเหม็น คำโบราณว่าไว้ ขี้เกียจเป็นแมลงวัน ขยันเป็นแมลงผึ้ง

54. ผู้ที่รู้จักประมาณตน เป็นคนฉลาด ลูกควรใช้จ่ายตามฐานะ ลูกจักไม่ขัดสน

ตลอดไป

55. ถ้าลูกมีความเพียรและถ่อมตนแล้วภายใต้ท้องฟ้า ลูกของพ่อจักทำได้ทุกสิ่ง ธรรมะสอนว่า คนล่วงทุกข์ได้ เพราะความเพียร

56. ถ้าลูกทำงานด้วยความรีบร้อน ร้อนรนมักนำความผิดพลาด มาให้ลูกเสมอ ลูกต้อง

ทำด้วยความรวดเร็ว แบบมีสติจึงจะประสบความสำเร็จได้อย่างถูกต้องและราบรื่น

57.  การนินทาและว่าร้ายต่อผู้อื่น มักเจ็บปวดมากกว่ามีดที่กรีดลงบนเนื้อเขามากมายหลายเท่านัก เมื่อลูกเข้าใจอย่างนี้แล้ว อย่านินทา อย่าว่าร้ายผู้อื่นเลย เพราะเมื่อเขาเจ็บปวดเพราะคำพูดของเราแล้ว เขาก็สามารถทำความผิดกับเราได้เราก็เดือดร้อน

58. คนขี้เกียจมักอ้างว่ายังไม่ทำเพราะเช้าไป เพราะเย็นไป  เพราะร้อนไป เพราะหนาวไป เพราะฝนตก เพราะแดดออก ถ้าลูกอ้างอย่างนี้ จะทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ

59.   ในสมัยนี้ใครก็ชอบแต่ของดีๆ แต่ไม่รู้ว่า อย่างไรจึงจะดี จึงขอเตือนว่า ลูกของพ่อ อย่าดีแต่จะคิด ลูกต้องคิดแต่ดีๆ  ลูกของพ่ออย่าดีแต่ทำ ลูกต้องทำแต่ดี ลูกของพ่ออย่าดีแต่ทำ ลูกต้องทำแต่ดีๆ ลูกของพ่อ อย่าดีแต่จะคบคน ลูกต้องคบคนที่ดีๆ ลูกของพ่อแต่จะไป ลูกต้องไปแต่ดีๆ ลูกจงคิดดี พูดดี ทำดี คบคนดี ไปสู่สถานที่ดีๆ

 60.   ถ้าลูกละเลยเรื่องเล็กน้อย กระทำผิดเพียงเล็กน้อยในปัจจุบัน ลูกอาจต้องเสียใจอย่างใหญ่หลวงภายภายหน้า

          อ่านแล้วดีมีสาระ เป็นคติเก็บไว้เตือนใจ 

จากหนังสือ 60 ข้อคิด บันทึกไว้จากใจพ่อ

ทำบุญ ทอดกฐินวัดน้อยเจริญสุข

           ทำบุญทอดกฐิน วัดน้อยเจริญสุข จ.นครปฐม วันที่ 24 ตุลาคม 2553 เวลา 9.00 น. เดินทางไปทอดกฐิน ที่วัดน้อยเจริญสุข จ.นครปฐม ไปถึงเวลา 10.00 น. วัดนี้เขารับกฐิน เวลา 11. 09 นาทีและนับเงินได้ทั้งสิ้น 536,030 บาท หลังจากนั้นก็นั่งคุยกัน 1 ชั่วโมงก็กลับบ้าน ระหว่างทางก็หิวข้าวกลางวัน ก็กลับกันมากินข้าวที่ร้านครัวคันไถ กินเสร็จก็กลับบ้าน

           สิ่งที่ได้ในการทำบุญครั้งนี้คือ ความสุข ความสบายใจ เพราะสิ่งที่เราทำมันมาจากความตั้งใจ รู้สึกอิ่มบุญ

ทุกข์เพราะยึดมั่นถือมั่น

         ในอินเดีย ลิงเป็นไม้เบื่อไม้เมากับชาวบ้านเพราะชอบขโมยผลไม้ในสวน ชาวบ้านจึงคิดวิธีจับลิง โดยใช้กล่องไม้ซึ่งมีฝาด้านหนึ่งเจาะรูเล็ก ๆ พอให้ลิงสอดมือเข้าไปได้ ในกล่องมีถั่วซึ่งเป็นของโปรดของลิงวางไว้เป็นเหยื่อล่อ วันดีคืนดีลิงมาที่สวนเห็นถั่วอยู่ในกล่อง ก็เอามือล้วงเข้าไปหยิบถั่ว แต่พอถอนมือออกก็ติดฝากล่อง เพราะกำมือของลิงนั้นใหญ่กว่าฝากล่องที่เจาะไว้ ลิงพยายามดึงมือเท่าไรก็ไม่ออก พอชาวบ้านมาจับ ก็เป็นหนีขึ้นต้นไม้ไม่ได้ เพราะมีมือเปล่าอยู่ข้างเดียว สุดท้ายถูกคนจับได้ลิงหาได้เฉลียวใจไม่ว่า เพียงแค่มันคลายมือออกเท่านั้น มันก็เอาตัวรอดได้ แต่เพราะยึดถั่วไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยจึงต้องเอาชีวิตเข้าแลก มีหลายอย่างที่เราอยากได้ใฝ่ฝัน จนถึงกับยึดถือไว้อย่างแน่นเวลาประสบปัญหา เพียงแค่คลายสิ่งที่ติดยึดนั้นเสียบ้าง ปัญหาก็คลี่คลาย แต่เป็นเพราะเราไม่ยอมปล่อย จึงเกิดผลเสียตามมามากมาย ไม่คุ้มกับสิ่งที่ยึดติด จะชอบหรือพึงพอใจกับอะไรก็ตาม อย่าถึงกับยึดติดจนเหนียวแน่นเกินไป เพราะโอกาสที่จะหน้ามืดตามัวนั้นสูงจนหาทางออกไม่เจอ ปัญหาทั้งหลายในชีวิตนั้น ถ้าเรารู้จักปล่อยวางบางสิ่งเสียบ้าง มันก็จะบรรเทาได้เยอะ บ่อยครั้งการปล่อยวางไม่เป็นเพียงแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาเท่านั้น หากเป็นทางออกจากปัญหาเลยที่เดียว  

พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก. (2551).  ชนะใครไม่เท่าชนะใจตน.  พิมพ์ครั้งที่  9.  กรุงเทพฯ : มูลนิธิมายา โคตรมี

กล่าวโทษ….ผิดพลาด

มีหลายคนชอบที่จะยกชีวิต ให้อยู่ในความรับผิดชอบของคนอื่น เพื่อจะได้กล่าวโทษใครๆ ได้เต็มปาก ในเวลาที่เกิดความผิดพลาด แต่ฉันไม่ยอมเป็นคนแบบนั้นหรอก เพราะถ้าเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา ฉันอาจจะโทษคนอื่นได้ แต่ผลของความผิดพลาดนั้น ก็ย่อมที่จะตกอยู่ที่ตัวของดิฉันเองอย่างไม่มีทางเลี่ยง ฉันจึงเลือกเดินบนทางชีวิตที่ฉันกำหนดเอง รับผิดชอบในชีวิตของฉันเองและเมื่อเกิดความผิดพลาด ฉันก็ไม่โทษใครใครหรือแม้แต่ตัวเอง แต่ฉันจะเอาข้อผิดพลาดนั้น มาเป็นบทเรียนในก้าวต่อไปของชีวิต

 

เฉกชนม์. (2547).  ถนนนี้คือชัยชนะ  กรุงเทพ ฯ : วันเวิลด์

คาถา สามอด

         ถ้าท่องให้ขึ้นใจและทำได้จริงๆ จัง ๆ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน
มีแต่คนเมตตา ไม่มีวันตกยาก

          อดแรก คืออดทน คนเราหากมีความมานะอดทนหนักเอา เบาสู้ ไม่ท้อแท้กับความทุกข์ยากลำบากลำบนต่าง ๆ จึงจะสามารถผ่านพ้นอุปสรรคนานาไปได้

         อดที่สอง ได้แก่ อดกลั้น ต้องรู้จักที่จะอดกลั้นความโกรธเมื่อถูกเย้ายวนหรือเผชิญกับสิ่งที่ไม่พอใจ ไม่ลุแก่โทสะจนขาดสติไตร่ตรอง

         อดสุดท้าย คือ อดออม เพราะถ้าไม่รู้จักการอดออมหรือประหยัดมัธยัสถ์ ก็จะเหมือนกับกระเชอก้นรั่วที่จะใส่อะไรลงไปเท่าเหร่าก็ไม่มีวันเต็ม ชาตินี้ทั้งชาติไม่มีวันจะร่ำรวยได้   

         ประภัสสร เสวิกุล. (2553).  ขวัญข้าว.  กรุงเทพฯ :  ดัลเบิ้ลนายน์