ดูงาน 5 ส ที่ Toshiba

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2553 เวลา 8.50 ได้เดินทางไปดูงาน 5 ส ที่ Toshiba ซึ่งเป็นแหล่งผลิต โดยได้ฟังการบรรยายเกี่ยวกับความเป็นมาของบริษัท หลังจากนั้นก็ดูงานตามรายต่าง ๆ บริษัทเขาจะมีข้อดีที่เราเห็นนะ คือ
1. มีคำขวัญ ใจสู้ พากเพียร ประหยัด ติดไว้ตลอดเลยโดยคนที่คิดคือเจ้าของ ดร. กร
2. หลักในการบริหารงานของเขาคือ เป็นแบบพี่น้อง มีอะไรก็ปรึกษากัน ช่วยเหลือกัน เพื่อแก้ไขปัญหา
3. ไม่มีการแบ่งชนชั้น ทุกคนเท่าเทียมกันหมด
4. บริษัทเขาจะได้รางวัลมากมาย เช่น ด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
5. บริษัทเขาจะปลูกฝั่งให้เป็นคนมีระเบียบวินัย เช่น ตอนเช้ามายืนเคารพธงชาติ มีการปลูกป่าก่อนไปเที่ยวทุกปี เป็นต้น

Advertisements

งานแต่งน้องอุ้ย

เย็นวันที่ 19 พฤศจิกายน 2553 เวลา 17.00 น. ได้เดินทางกับขบวนรถป๋าวิ โดยมีผู้โดยสารคือ ป๋า พี่เป้า วรรณและลูกทั้งสอง เกด ชีพ ชัยวุฒิ กาฟิว โดยไปกินเลี้ยงงานแต่งงานน้องอุ้ย-อั๋น ที่สโมสรกองบินตำรวจ ใครเป็นใครก็ดูกันนะค่ะ สวย งาม หล่อขนาดไหนก็แล้วแต่สไสต์ของแต่ละคนนะค่ะ นี่เป็นรุปแค่ส่วนนิดหนึ่ง แต่ถ้าต้องการดูแบบเต็มละก็ขอดูจากบ่าวสาวก็แล้วกันนะค่ะ

วิธีฝึกสมองไบรท์..ของวนิษา เรซ (หนูดี)

1. จิบน้ำบ่อยๆ สมองประกอบด้วยน้ำ 85 เปอร์เซ็นต์
เซลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เซลล์สมองเหี่ยว ซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อยๆ

2. กินไขมันดี คนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมัน
ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย ปลาที่มีไขมันดีอย่างปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดีที่ทำให้เซลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น

3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที

เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Thet a ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุดๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ (ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน)

4. ใส่ความตั้งใจ

การตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่างๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน

5. หัวเราะและยิ้มบ่อยๆ

ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอนเดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขหลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ

6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน
สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา ฯลฯเพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอนเดอร์ฟินและโดปามีน ซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ไปเรื่อยๆ เมื ่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์
7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน
ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเองเป็นการลดภาระของสมอง

8. เขียนบันทึก Graceful Journal ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดีๆ
ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข ฯลฯ เพราะการเขียนเรื่องดีๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์

9. ฝึกหายใจลึกๆ
สมองใช้ออกซิเจน 20-25 เปอร์เซ็นต์ของออกซิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึกๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนานๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยืดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่ สามารถหายใจเอาออกซิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20 เปอร์เซ็นต์

บทสัมภาษณ์จาก : วนิษา เรซ

ทำดี ไม่ต้องเดี๋ยว

              เย็นของวันที่  4 พฤศจิกายน 2553  นัดสมาคมชาวซาว์น่าไว้ 5 โมง แต่ชีวิตก็มีการหักเหได้ คือเปลี่ยนจากซาวน์น่าไปช่วยเหลือแพคของเพื่อช่วยเหลือชาวใต้ ที่สถานีโทรทัศน์ทีวีไทย โดยมีบุคคลากรและนักศึกษา ร่วมกันประมาณ  30 คนที่ช่วยกันในวันนี้ ทำงานกันอย่างมีความสุขหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสกันทุกคน   และแล้วก็ได้เวลากลับบ้านคือ  3 ทุ่มครึ่ง แยกย้ายกันกลับ  โดยถึงบ้านด้วยความปลอดภัยเวลา 4 ทุ่ม 10 นาทีค่ะ

           ข้อคิดที่ได้คือ เราไม่มีเงินทองมากมายที่เราจะช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยากได้ แต่เรามีกำลังใจและกำลังกายที่จะช่วยเหลือ เพื่อความสุขและความอยู่รอดของพี่น้องประชาชนทั่วไปที่ตกอยู่ในภาวะทุกข์ใจ ขาดแคลน

บริจาคโลหิต

        วันที่ 3 พฤศจิกายน  2553 ได้บริจาคโลหิต ให้กับสภากาชาดไทยเป็นครั้งที่  10 ที่ อาคารอธิการบดี ชั้นที่ 2  โดยไปกับพี่เนต  และมีการบริจาค  stem cell ด้วยเราก็เลย  ok  ค่ะ สิ่งเล็ก ๆ น้อยๆ ที่เราทำเพื่อคนอื่นหรือเพื่อสังคม เราทำด้วยใจ เราทำแล้วใจเรามีความสุข  ไม่เดือนร้อนใครก็จงทำเถิดเพื่อสังคมเราจะได้เจอแต่ สิ่งดีๆ

        บางคนคิดว่าเจ็บ บางคนไม่กล้า บางคนคิดว่าอ้วน ก็เลยไม่ทำ อันนี้ก้แล้วแต่ความคิดของแต่ละคนก็แล้วกันนะ แต่สำหรับเรา  เราทำเพราะเรามีความตั้งใจจะช่วยเหลือจริงๆ  บริจาค 1 ครั้งเท่ากับช่วยเหลือชีวิตคน 1 คน นะค่ะ

 

ความดีเป็นการลงทุนประเภทเดียวที่ไม่เคยทำให้ใครล้มละลาย

สูตรเกี่ยวกับบุคลิกของตัวเองที่ควรไปจะคู่ กับสูตรสุขภาพมีอย่างนี้

๑.  อย่าเปรียบเทียบชีวิตของตัว เองกับคนอื่น คุณไม่รู้หรอกว่าคนที่คุณอิจฉานั้นเขา มีความทุกข์ยิ่งกว่าคุณอย่างไรบ้าง

๒. อย่าคิดทางลบเกี่ยวกับ เรื่องที่คุณควบคุมหรือกำหนดไม่ได้ แทนที่จะมองโลก ในแง่ร้าย, ก็ทุ่มเทกำลังและพลังงานให้กับความคิด ทางบวก ณ ปัจจุบันเสีย
๓.อย่าทำอะไร เกินกว่าที่ตัวเองทำได้รู้ว่าขีดจำกัดของตัวเองอยู่ที่ไหน

๔.. อย่าเอา จริงเอาจังกับตัวเองนัก เพราะคนอื่นเขา ไม่ได้ซีเรียสกับคุณเท่าไหร่หรอก

๕. อย่า เสียเวลาและพลังงานอันมีค่าของคุณกับ เรื่องหยุมหยิมหรือเรื่องซุบซิบ….นอกเสียจากว่ามันจะทำให้คุณ ผ่อนคลายได้อย่างจริงจัง

๖. จงฝันตอนตื่นมากกว่าตอน หลับ

๗. ความ รู้สึกอิจฉาริษยาเป็นเรื่องเสียเวลาเปล่า ๆ ปลี้ ๆ…คิดให้ดีก็จะรู้ว่าคุณมีทุกอย่างที่คุณจำเป็นต้องมีแล้ว

 
๘.
ลืมเรื่อง ขัดแย้งในอดีตเสีย และอย่าได้เตือนสามี หรือภรรยาคุณเกี่ยวกับความผิดพลาดในอดีตของอีกฝ่ายหนึ่งเลย เพราะมันจะทำลายความสุขปัจจุบันของคุณ
๙. ชีวิตนี้สั้นเกินกว่าที่เราจะไปโกรธเกลียดใคร…
จงอย่าเกลียดคนอื่น

๑๐.ประกาศ สงบศึกกับอดีตให้สิ้น, จะได้ไม่ทำลายปัจจุบันของคุณ

๑๑.ไม่มีใครกำหนดความสุขของคุณได้นอกจากคุณเอง

 ๑๒. จงเข้าใจเสียว่าชีวิตก็คือโรงเรียน คุณมาเพื่อเรียน รู้ และปัญหาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลักสูตรซึ่งมาแล้วก็หาย ไป…เหมือนโจทย์วิชาพีชคณิต…แต่สิ่งที่คุณเรียนรู้นั้นอยู่กับคุณตลอด ชีวิต

๑๓. จง ยิ้มและหัวเราะมากขึ้น
๑๔. คุณ
ไม่จำเป็นต้องชนะทุกครั้งที่ถก เถียงกับคนอื่นหรอก…บางครั้งก็ยอมรับว่าเราเห็นแตกต่างกัน ได้…เห็นพ้องที่จะเห็นต่างก็ไม่เห็นเสียหายแต่อย่างไร
แล้วเราควรจะมีทัศนคติอย่างไรต่อชุมชนและคนรอบข้าง เราล่ะ?
        ๑. อย่าลืมโทรฯหาครอบครัวบ่อย ๆ

        ๒. จงหาอะไรดี ๆ ให้คนอื่นทุกวัน

        ๓. จงให้อภัยทุกคนสำหรับทุกอย่าง

        ๔. จงหาเวลาอยู่กับคนอายุเกิน
70 และต่ำกว่า 6ขวบ
       ๕. พยายามทำให้อย่างน้อย
3 คนยิ้มได้ทุกวัน 
       ๖.
คนอื่นเขาคิดอย่างไรกับคุณไม่ใช่ เรื่องของคุณสัก หน่อย 
       ๗. งานของคุณไม่ดูแลคุณตอนคุณป่วยหรอก แต่ครอบครัวและเพื่อนคุณต่าง หากเล่าที่จะดูแลคุณในยามคุณมีปัญหา สุขภาพ ดังนั้น
, อย่าได้ห่างเหินกับคนใกล้ชิดเป็น อันขาด และถ้าหากสามารถดำรงชีวิตให้มีความหมายได้, ก็ควรจะทำ ดังต่อไปนี้
      ๑. ทำสิ่งที่ควรทำ

      ๒. อะไรที่ไม่เป็นประโยชน์
, ไม่สวย, ไม่น่ารื่นรมย์,จงทิ้ง ไปเสีย…เก็บไว้ทำไม?
      ๓. เวลาและพระเจ้าย่อมรักษาแผล ทุกอย่างได้

      ๔. ไม่ว่าสถานการณ์จะดีหรือเลวปานใด
, เดี๋ยว มันก็เปลี่ยน
     ๕. ไม่ว่าคุณจะรู้สึกอย่างไรในตอนเช้าของทุกวัน
, จงลุก จากเตียง, แต่ง ตัวและปรากฎตัวต่อหน้าคนที่เราร่วมงาน ด้วย…get up, dress up and show up.
       ๖. สิ่งที่ดีที่สุดยังมาไม่ถึง

      ๗. ถ้าคุณยังลุกขึ้นตอนเช้าได้
, อย่าลืมขอบคุณพระเจ้า หรือสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ที่คุณนับถือเสียด้วย
      ๘. เชื่อเถอะว่าส่วนลึก ๆ ในใจของคุณนั้นมีความสุข เสมอ…ดังนั้น
, ส่วนนอกของคุณทุกข์โศกไปทำไมเล่า และสุดท้ายที่สำคัญที่สุด

 แหล่งที่มา : Foremail

ทีวีไทยร่วมกับ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

 

           

This slideshow requires JavaScript.

วันที่  31 ตุลาคม  2553  วันนี้ได้ออกจากบ้านประมาณ  6.00 น. เพื่อไปช่วยเหลือคนน้ำท่วมที่  จ. ชัยนาท  รถออกจาก มธบ. เวลา  8.45  น.  โดยมีทีวีไทยและมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ร่วมกันในครั้งนี้ มีทั้งนักศึกษา บุคคลากรและบุคคลทั่วไปร่วมขบวนในครั้งนี้ด้วย โดยไปถึงที่ 11.40 น. ไปถึงจดหมายปลายทาง คือ บ้านศาลาขาว หมู่  4 ต. ตลุก อ. สรรพยา จ. ชัยนาท  ในหมู่บ้านนี้มีเกือบ 300 ครัวเรือนที่ได้นำของไปแจก และมีข้าว ขนมจีน แกงเขียวหวาน ไก่ทอด ไอศกรีม ไปแจกด้วย บางคนก็ลงเรือไปที่บ้าน บางคนก็อยู่ด้านบนแถวถนนใหญ่ กว่าจะแจกเสร็จก็บ่าย 2 โมงกว่า  ในขณะที่น้ำท่วมชาวบ้านก็ไม่ค่อยได้ทำอะไร แต่บางคนก็ได้อาชีพใหม่ คือจับปลาขาย ทำปลาตากแห้งไว้ขาย

            หลังจากนั้น ก็ออกเดินทางกลับ เพื่อที่จะมาให้อีกที่หนึ่ง คือ จ. พระนครศรีอยุธยา  ซึ่งก็น้ำท่วมระดับสูงเช่นกัน  ช่วยเหลือที่หมู่บ้านอิสลาม ซึ่งมาถึงก็ประมาณ 5 โมงกว่าๆ  ขนของลงเรือไปให้เพราะที่นี้ ชาวบ้านไม่ได้ขึ้นมารับเอง แต่มีชาวบ้านเหมือนเป็นตัวแทนของหมู่บ้านมาช่วยขนทั้งคนและของไปส่ง  กว่าจะเสร็จก็มืดแล้วก็กลับบ้านด้วยความปลอดภัยกันทุกคน มีรูปมาการันตีใครเป็นใครก็ดูกันนะค่ะ            

                           

                                                  ถึงมหาวิทยาลัยด้วยความสวัสดิภาพ ถ่ายภาพ ก่อนกลับบ้านค่ะ