ตารางอาหารที่ทีแคลเซียมสูง

หลังจากตรวจสุขภาพแล้วปรากฎว่าต้องกินอาหารที่มีแคลเซียมเพิ่มขึ้น จึงลองศึกษาดูว่าควรกินอะไรเพิ่มเติม แต่เห็นว่าเป็นประโยชฯจึงนำมาฝากเพื่อนๆ ด้วยนะค่ะ

อาจารย์ ศ.ดร.ทวีทอง หงษ์วิวัฒน์ได้สรุปตารางอาหารที่มีแคลเซียม (ไม่รวมผลิตภัณฑ์นม)ไว้ในหนังสือ “กินต้านโรค”

อาหาร (100 กรัม)
แคลเซียม (มก.)
               สัตว์น้ำ
กุ้งแห้งตัวเล็ก 2,305
ปลาลิ้นหมาแห้ง 1,912
กุ้งฝอย 1,339
ปลาเล็กปลาน้อยทอด 860
กะปิ 1,565
                ถั่ว ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดพืช
งาดำคั่ว 1,452
ถั่วแดงหลวง 965
ถั่วแปะยีคั่ว 592
เต้าหู้ขาวอ่อน 250
                  ผัก
ยอดแค 995
ใบชะพลู 601
ป้วยเล้งสุก 600
เห็ดลม 541
ใบยอ 469
มะขามผักสด 429
ผักกระเฉด 387
สะเดา 354
โหระพา 336
ผักคะน้า 245
ผักกาดเขียว 178
แหล่งข้อมูล:

ทวีทอง หงษ์วิวัฒน์. อาหารสร้างกระดูก. ใน: กินต้านโรค. พิมพ์ครั้งที่ 4. สำนักพิมพ์แสงแดด. 2547.

Advertisements

คำกล่าวทักทาย (ภาษาประเทศสมาชิกอาเซียน)

 

คำกล่าวทักทาย (ภาษาอาเซียน)

บรูไน

ซาลามัต ดาตัง

อินโดนีเซีย

ซาลามัต เซียง

มาเลเซีย

ซาลามัต ดาตัง

ฟิลิปปินส์

กูมุสตา

สิงคโปร์

หนีห่าว

ไทย

สวัสดี

กัมพูชา

ซัวสเด

ลาว

สะบายดี

พม่า

มิงกาลาบา

เวียดนาม

ซินจ่าว

แหล่งที่มา  http://www.seminarwinyuchon.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539366292

ประหยัดรายจ่าย แบบเหมา-เหมา

Quote 1
“พยายามอย่าพกเงินสดไว้ในกระเป๋าสตางค์เยอะ โดยเฉพาะธนบัตรย่อย เพราะจะทำให้เราหยิบจ่ายง่ายและเร็วขึ้น”

 

Quote 2
“ให้คิดก่อนที่จะหยิบเงินซื้อของบางอย่างที่เรามีอยู่แล้ว อย่าคิดแค่ว่าอยากได้เพียงอย่างเดียว”

ระหว่างการขึ้น-ลงรถไฟฟ้าใต้ดิน เมื่อก่อนจะต้องหยิบเงินเพื่อไปซื้อเหรียญเข้าสถานี แต่เพื่อความสะดวกเลยไปซื้อบัตรแบบเติมเงิน แต่ก็มาคิดว่าหากเราซื้อแบบรายเดือนไปเลยจะคุ้มค่ากว่าหรือเปล่า เพราะเราต้องใช้ชีวิตอยู่กับการเดินทางลักษณะแบบนี้อีกนาน เมื่อตัดสินใจได้ทำให้เรารู้เลยว่า นอกจากจะสะดวกแล้วยังคุ้ม ค่าและประเมินรายจ่ายได้อีกด้วย และนี่จึงเป็นที่มาของเรื่องระบบเหมาจ่ายแบบรายเดือนที่มีอยู่หลายอย่าง จากเงินสดสู่ระบบเหมาจ่ายทีเดียว เมื่อมาแยกออกเป็นข้อๆ แล้ว เราก็จะได้รับคำตอบว่า ระบบเหมาจ่ายนั้นจะประหยัดจริงหรือไม่

ระบบเหมาจ่ายแบบรายเดือน

รายจ่ายค่าเดินทาง
ในชีวิตประจำวันของเรา ค่าใช้จ่ายของเราจะหมดไปกับเรื่องของการเดินทางเป็นส่วนใหญ่ หากเรามาลองคำนวณรายจ่ายเฉพาะการเดินทาง กำหนดไปเลยว่าในหนึ่งเดือนอัตราค่าเดินทางของเราควรจะอยู่ที่เท่าไหร่ บวกลบอีกเท่าไหร่ เราสามารถคำนวณได้จากการเลือก ซื้อบัตรโดยสารแบบรายเดือน โดยคิดเฉลี่ยแบบวัน (ไป-กลับ) ก็จะทำให้ง่ายต่อการคุมรายจ่ายในส่วนนี้ ในกรณีที่เราไม่มีรถยนต์ส่วนตัว เราก็ต้องพึ่งรถไฟฟ้ามหานคร รถไฟฟ้าใต้ดิน หรือ ขสมก. ก็สามารถซื้อตั๋วเดือนได้
ส่วนคนที่มีรถยนต์แล้วต้องบวกค่าทางด่วน ก็สามารถซื้อแบบ Easy pass เพื่อคำนวณว่า ต่อเดือนเราต้องขึ้น-ลงทางด่วนเฉลี่ยแล้วเดือนละกี่บาท ก็เติมเงินเท่านั้น ส่วนนี้เราก็สามารถกำหนดรายจ่ายได้เช่นกัน อย่าลืมคำนวณค่าน้ำมันรถด้วย

ตาราง
หมายเหตุ : ควรสอบถามเพิ่มเติมกับทางผู้ให้บริการ

 

รายจ่ายค่าโทรศัพท์
ค่าบริการของโทรศัพท์มือถือ ในกรณี เหมาจ่ายรายเดือน ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับพนักงานออฟฟิศที่ต้องมีการโทรออกบ่อยๆ พ่วงกับค่าอินเตอร์เน็ตบนมือถือ ระบบเหมาจ่ายรายเดือนก็จะคุ้มค่ากว่าระบบเติมเงิน ซึ่งระบบเติมเงิน อาจจะเหมาะกับคนที่ไม่ค่อยได้ใช้โทรออก และไม่ได้ใช้มือถือสำหรับการท่องอินเตอร์เน็ต หากจำเป็นต้องใช้อินเตอร์เน็ตขึ้นมา บางเครือข่ายก็จะมีเหมาจ่ายอินเตอร์เน็ตแบบรายวัน แต่เมื่อมาเฉลี่ยจริงๆ แล้ว เมื่อใช้อินเตอร์เน็ตรายวันบ่อยๆ แบบเหมาจ่ายรายเดือนดูท่าจะคุ้มค่ากว่าเยอะ โดยเราสามารถเลือกโปรโมชั่นตามเครือข่ายได้โดยประเมินการใช้ของตัวเอง และที่สำคัญสิ้นเดือนจะมีบิลค่าเรียกเก็บค่าบริการ ซึ่งในบิลก็จะแสดงรายละเอียดการใช้งานต่างๆ ออกมา ที่ทำให้เราสามารถประเมินได้ทันทีว่าเดือนหน้าเราจะใช้อยู่ที่เท่าไหร่ และเรายังคำนวณรายจ่ายส่วนนี้ได้ค่อนข้างแน่นอน

รายจ่ายค่าอาหาร
ในส่วนนี้เราเองที่จะต้องกำหนด โดยหารเฉลี่ยจากเงินเดือนของเราว่า ในหนึ่งวันค่ากับข้าวของเราจะอยู่ที่เท่าไหร่ เพื่อไม่ให้เราซื้อของกินเกิน ส่วนหนึ่งนอกจากจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังสามารถช่วยเราเรื่องของสุขภาพได้อีกด้วย ในเมื่อกำหนดค่าอาหาร เราก็จะพยายามไม่ซื้อขนมหรือของจุกจิกอื่นๆ เพราะเกรงว่าจะเกินอัตราที่เราเฉลี่ยนั่นเอง หรือ อีกหนึ่งวิธีคือ การผูกปิ่นโตกับร้านอาหาร ใกล้เคียงออฟฟิศ เช่น มื้อเช้า 30 บาท มื้อกลางวัน 30 บาท = 60 บาท/วัน รายเดือน (วันทำงานเฉลี่ย 20 วัน) ก็จะอยู่ประมาณ 1,200 บาท บวกลบมื้อเย็นและเครื่องดื่มเป็นรายเดือน 2,000 บาท เป็นต้น
สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความน่าสนใจของระบบเหมาจ่าย นอกจากจะทำให้เราสามารถคำนวณรายจ่ายต่อเดือนได้แล้ว ยังทำให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องพกเงินสดเป็นจำนวนมากอีกด้วย

สำหรับเรื่องของค่าใช้จ่ายๆ อื่นๆ นั้น คุณสามารถกำหนดรายจ่าย เมื่อคุณรู้ยอดที่ต้องจ่ายทุกๆ สิ้นเดือน เช่น ค่าเช่าบ้าน ผ่อนรถ ค่าประกันสุขภาพ เงินส่งให้ครอบครัว ส่วนนี้จะเข้าไปอยู่ในหัวข้อของรายจ่ายอื่นๆ และเมื่อสิ้นเดือนมาถึง คุณจะสามารถคำนวณได้ทันทีว่า คุณมีรายจ่ายเท่าไหร่ต่อเดือน แม้ในอนาคตเงินเดือนจะมากขึ้น แต่คุณยังคงจ่ายเท่าเดิม เท่ากับว่าคุณจะมีเงินเก็บเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

 

Image  ข้อมูลจาก Be Magazine

ตาเอี่ยม ขอทานใจบุญ! หอบเงินเก็บเกือบ 1 ล้านบาท บริจาควัดไร่ขิง

ตาเอี่ยม ขอทานใจบุญ! หอบเงินเก็บเกือบ 1 ล้านบาท บริจาควัดไร่ขิง

ตาเอี่ยมขอทานใจบุญ! หอบเงินเก็บเกือบ 1 ล้านบาท บริจาควัดไร่ขิง

รายงานข่าวแจ้งว่า นายเอี่ยม คัมภิรานนท์ วัย 62 ปี ชาวตำบลปากแพรก จังหวัดสระบุรี ป่วยเป็นโรคโปลิโอตั้งแต่กำเนิด พิการแขนขา เดินไม่สะดวก ไม่มีญาติพี่น้อง ต้องนั่งขอทานอยู่ที่หน้าทางเข้าพระอุโบสถวัดไร่ขิง ปกติแล้วมา นั่งขอทานอยู่ด้านหลังโบสถ์วัดไร่ขิงตั้งแต่ปีพ.ศ.2522 จนปัจจุบันรวมระยะเวลากว่า 33 ปีแล้ว แต่ละปีจะนำเงินบริจาคให้วัดโดยตลอด ซึ่งได้จากการเก็บหอมรอมริบเงิน จนปีนี้มีเงินสดอยู่  เกือบ 1 ล้านบาท

แต่นายเอี่ยม ได้นำเงินสด เกือบ 1 ล้านบาท นำเงินมอบให้กับพระประธานในโบสถ์ เพื่อเป็นการบริจาค  โดยให้เจ้าอาวาสรับมอบและเก็บรักษาไว้ใช้จ่ายในการฉลองสมโภชวัดไร่ขิง โดยนายเอี่ยมบอกว่า  เงินที่ผู้มจิตศรัทธาให้ ส่วนหนึ่งจะนำไปถวายให้กับพระประธานหลวงพ่อวัดไร่ขิง จึงได้เก็บหอมรอมริบไว้ พอครบ 1 ปีจะนำเงินที่ได้มาบริจาคให้วัดส่วนหนึ่ง ส่วนหนึ่งเก็บไว้ใช้จ่าย บางปีได้มาก บางปีได้น้อย แต่ละปีจะมอบให้วัด ตั้งแต่ 100,000-400,000 บาท

“ปีนี้งเป้าไว้ว่า หากขอทานได้เงินครบ 1 ล้านบาทจะนำมาบริจาคให้วัด เมื่อได้เงินครบมอบให้วัด เป็นจำนวน 999,999 บาท ส่วนที่เหลือ 1 บาทจะเก็บไว้เป็นเงินก้นถุง และยังมีเงินเหลือพอ ที่จะจ้างวงดนตรีลูกทุ่งวง “ตั๊กแตน ชลดา” มาแสดงให้ชาวบ้านชมในงานประจำปีของวัดด้วย” นายเอี่ยมกล่าว

   ขอชื่นชมตาเอี่ยมผู้มาด้วยน้ำใจ  ถึงร่างกายจะพิการ แต่ก็หมั่นทำบุญทำทาน ขยันทำมาหากิน จนมีเงินมาก แต่ก็ยังสร้างคุณงามความดีให้โลกได้จารึก บริจาคเงินให้วัดมาหลายปีแล้ว ขอชื่นชมจากใจจริงค่ะ

http://news.mthai.com/general-news/157682.html

ณเดชน์-ชมพู่ คว้ารางวัลเมขลา

Image        เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 10 มี.ค.ที่หอประชุมมงคลอาภากร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร สมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมช่างภาพผู้สื่อข่าวโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, มูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์  อาร์ต ฟอร์ ออล, สมาคมส่งเสริมความจริงของพระพุทธศาสนา และองค์กรสื่อมวลชนหลายภาคส่วน รวมทั้งองค์กรศาสนาต่าง ๆ ได้จัดงานประกาศรางวัลผลงานดีเด่นทางโทรทัศน์ “รางวัลเมขลา, รางวัลมณีเมขลา และรางวัลดาวเมขลา” ภายใต้โครงการ “รวมใจภักดิ์ รักแผ่นดิน เทิดไท้องค์ราชัน” ครั้งที่ 24 ประจำปี 2554 

       สำหรับรางวัลเป็นประเภทต่าง ๆ ทั้งรางวัลประเภทละคร พิธีกร วาไรตี้ เกมส์โชว์ บันเทิง โดยรางวัลละครเมขลามหานิยมแห่งปีได้แก่ “รอยไหม” ทางช่อง 3  รางวัลดารานำชายเมขลามหานิยมแห่งปี ได้แก่ “ณเดชน์ คูกิมิยะ” จากเรื่อง “เกมร้ายเกมรัก” ช่อง 3, รางวัลดารานำหญิงเมขลามหานิยมแห่งปีคือ “ชมพู่-อารยา เอฮาร์เก็ต” จากละครเรื่องดอกส้มสีทอง ช่อง 3 ,รางวัลผู้กำกับเมขลามหานิยมแห่งปีได้แก่ “พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง” จากละคร “รอยไหม” ,รางวัลดาราสมทบชายเมขลามหานิยมแห่งปีได้แก่ “ชุมพร เทพพิทักษ์” จากเรื่อง “เงาพราย” รางวัลดาราสมทบหญิงเมขลามหานิยมแห่งปีได้แก่ “ศิริลักษณ์ ผ่องโชค” จากละครเรื่อง  “ตลาดอารมณ์” ช่อง 5 , รางวัลบทโทรทัศน์เมขลามหานิยมแห่งปีได้แก่ศัลยาจาก “ดอกส้มสีทอง”  รางวัลเพลงนำละครเมขลามหานิยมแห่งปีได้แก่เพลง “ไม่เหลืออะไรเลย” จากละคร “ตลาดอารมณ์” 
       ส่วนรางวัลผู้ดำเนินรายการชายดีเด่นเมขลามหานิยมได้แก่ “ปัญญา นิรันดร์กุล” จากรายการ “เอสเอ็มอี ดีแตก” ช่อง 5 ,รางวัลผู้ดำเนินรายการหญิงดีเด่นเมขลามหานิยมได้แก่ “วริศรา กำธรเจริญ” จาก “คลับมันตรา”  ช่อง  5 ด้าน รางวัลพิธีกรข่าวชายดีเด่นมหานิยมแห่งปีได้แก่ “กิตติ สิงหาปัด” จากข่าว 3 มิติ รางวัลพิธีกรหญิงดีเด่นนมหานิยมแห่งปีได้แก่ “ณัฏฐา โกมลวาทิน” และรางวัลศิลปินต่อต้านยาเสพติด (ปปส.) คือ มาริโอ เมาเร่อ และ คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์.

หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ 12 มีนาคม  2555