ไปทำห้องสมุดโรงเรียนวัดลาดเป้ง จ. สมุทรสงคราม

วันที่ 28 พ.ย. 55 วันนี้ได้เดินทางไปทำห้องสมุดโรงเรียนอีกครั้งหนึ่งที่ โรงเรียนวัดลาดเป้ง จ. สมุทรสงคราม บรรยากาศไม่ดีเลย ฝนตกตั้งแต่เช้าตรู่ จนกระทั้งกลับ วันนี้มีผู้ร่วมเดินทางคือ ผอ. พี่รุ่ง พี่จิต พี่เป้า อุทิตย์ พี่หนึ่ง ออยล์ ชีพ บิว กิ๊บ พี่องุ่น ตอนเที่ยงได้นำเงินไปกับบุญกับวัด้วย 100 บาท เพราะเขาจัดงานลอยกระทงนะ มีการขายกระทงที่นักเรียนทำด้วย สวย ๆ
กลับมาถึงก็ประมาณ 5.30 น. ก็กลับบ้านเลยไม่ได้ลอยกระทง พอตอนเช้าวันพฤหัส รู้สึกไม่สบายนะ คงเป็นร่างกายอ่อนแอ

Advertisements

ตารางอาหารที่ทีแคลเซียมสูง

หลังจากตรวจสุขภาพแล้วปรากฎว่าต้องกินอาหารที่มีแคลเซียมเพิ่มขึ้น จึงลองศึกษาดูว่าควรกินอะไรเพิ่มเติม แต่เห็นว่าเป็นประโยชฯจึงนำมาฝากเพื่อนๆ ด้วยนะค่ะ

อาจารย์ ศ.ดร.ทวีทอง หงษ์วิวัฒน์ได้สรุปตารางอาหารที่มีแคลเซียม (ไม่รวมผลิตภัณฑ์นม)ไว้ในหนังสือ “กินต้านโรค”

อาหาร (100 กรัม)
แคลเซียม (มก.)
               สัตว์น้ำ
กุ้งแห้งตัวเล็ก 2,305
ปลาลิ้นหมาแห้ง 1,912
กุ้งฝอย 1,339
ปลาเล็กปลาน้อยทอด 860
กะปิ 1,565
                ถั่ว ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดพืช
งาดำคั่ว 1,452
ถั่วแดงหลวง 965
ถั่วแปะยีคั่ว 592
เต้าหู้ขาวอ่อน 250
                  ผัก
ยอดแค 995
ใบชะพลู 601
ป้วยเล้งสุก 600
เห็ดลม 541
ใบยอ 469
มะขามผักสด 429
ผักกระเฉด 387
สะเดา 354
โหระพา 336
ผักคะน้า 245
ผักกาดเขียว 178
แหล่งข้อมูล:

ทวีทอง หงษ์วิวัฒน์. อาหารสร้างกระดูก. ใน: กินต้านโรค. พิมพ์ครั้งที่ 4. สำนักพิมพ์แสงแดด. 2547.

คำกล่าวทักทาย (ภาษาประเทศสมาชิกอาเซียน)

 

คำกล่าวทักทาย (ภาษาอาเซียน)

บรูไน

ซาลามัต ดาตัง

อินโดนีเซีย

ซาลามัต เซียง

มาเลเซีย

ซาลามัต ดาตัง

ฟิลิปปินส์

กูมุสตา

สิงคโปร์

หนีห่าว

ไทย

สวัสดี

กัมพูชา

ซัวสเด

ลาว

สะบายดี

พม่า

มิงกาลาบา

เวียดนาม

ซินจ่าว

แหล่งที่มา  http://www.seminarwinyuchon.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539366292

ดูงาน 5 ส ที่ Toshiba

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2553 เวลา 8.50 ได้เดินทางไปดูงาน 5 ส ที่ Toshiba ซึ่งเป็นแหล่งผลิต โดยได้ฟังการบรรยายเกี่ยวกับความเป็นมาของบริษัท หลังจากนั้นก็ดูงานตามรายต่าง ๆ บริษัทเขาจะมีข้อดีที่เราเห็นนะ คือ
1. มีคำขวัญ ใจสู้ พากเพียร ประหยัด ติดไว้ตลอดเลยโดยคนที่คิดคือเจ้าของ ดร. กร
2. หลักในการบริหารงานของเขาคือ เป็นแบบพี่น้อง มีอะไรก็ปรึกษากัน ช่วยเหลือกัน เพื่อแก้ไขปัญหา
3. ไม่มีการแบ่งชนชั้น ทุกคนเท่าเทียมกันหมด
4. บริษัทเขาจะได้รางวัลมากมาย เช่น ด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
5. บริษัทเขาจะปลูกฝั่งให้เป็นคนมีระเบียบวินัย เช่น ตอนเช้ามายืนเคารพธงชาติ มีการปลูกป่าก่อนไปเที่ยวทุกปี เป็นต้น

วิธีฝึกสมองไบรท์..ของวนิษา เรซ (หนูดี)

1. จิบน้ำบ่อยๆ สมองประกอบด้วยน้ำ 85 เปอร์เซ็นต์
เซลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เซลล์สมองเหี่ยว ซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อยๆ

2. กินไขมันดี คนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมัน
ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย ปลาที่มีไขมันดีอย่างปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดีที่ทำให้เซลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น

3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที

เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Thet a ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุดๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ (ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน)

4. ใส่ความตั้งใจ

การตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่างๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน

5. หัวเราะและยิ้มบ่อยๆ

ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอนเดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขหลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ

6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน
สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา ฯลฯเพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอนเดอร์ฟินและโดปามีน ซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ไปเรื่อยๆ เมื ่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์
7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน
ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเองเป็นการลดภาระของสมอง

8. เขียนบันทึก Graceful Journal ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดีๆ
ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข ฯลฯ เพราะการเขียนเรื่องดีๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์

9. ฝึกหายใจลึกๆ
สมองใช้ออกซิเจน 20-25 เปอร์เซ็นต์ของออกซิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึกๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนานๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยืดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่ สามารถหายใจเอาออกซิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20 เปอร์เซ็นต์

บทสัมภาษณ์จาก : วนิษา เรซ

ตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลเทพธารินทร์

      วันที่ 25 ตุลาคม  2553  ได้ไปตรวจสุขภาพเพื่อจะได้รู้ว่าตัวเองจะต้องปรับปรุงแก้ไข อะไรบ้าง เพื่อชีวิตจะได้ยืนยาว โรคภัยไม่ถามหา

1. โปรแกรมตรวจองค์ประกอบร่างกาย (Body Composition) ภาพรวมโดยทั่วไปก็ปกติ แต่มีข้อที่ต้องปรับปรุงคือ ให้ลดไขมันและลดน้ำหนัก

2. โปรแกรมการตรวจประเมินการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติและสภาวะเครียด (ANS Function Assessment and Stress Test) ในภาพรวมของระบบประสาทและสภาวะความเครียดนั้นปรากฏว่า ความทนต่อสภาวะความเครียด ระดับความเครียด ระดับความเหนื่อยล้า นั้นอยู่นะดับดี คือสามารถจัดการกับสภาวะต่างๆ เหล่านี้ได้ดี ส่วนอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ในเกณฑ์ปกติ คือ 60-90 ครั้งต่อนาที

3. การตรวจสภาวะหลอดเลือด (Blood Circulation Assessment) หัวใจอยู่ในเกณฑ์ปกติ

4. การทดสอบสมรรถภาพทางกาย (Physical Fitness Test)

         4.1 ผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายของความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ Grip strength การวัดแรงบีบมือ เกณฑ์ที่เราทำได้ คืออยู่ในระดับปานกลาง คือ 0.48- คือได้รับคำแนะนำมาว่าควรเพิ่มการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การบีบมือหรือกำมือ เกี่ยวข้องกับการทำงานของกล้ามเนื้อแขนท่อนล่างและมือถึง 35 มัดด้วยกัน การทำงานของกล้ามเนื้อเหล่านี้ทำให้เราสามารถหิ้วถุงช็อบปิ้ง เปิดฝาขวดน้ำ บิดลูกบิดประตู โหนรถเมล์ เป็นต้น หากกล้ามเนื้อเหล่านี้มีความแข็งแรงเพียงพอ ก็จะเกิดบาดเจ็บได้ง่าย ส่งผลให้ไม่สามารถทำกิจกรรมเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  

           4.2 ผลการทดสอบสมรรถภาพทางกาย ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ Sit and Reach Test การวัดความอ่อนตัว เกณฑ์ที่เราทำได้ คืออยู่ในระดับต่ำมาก คือ 3 คำแนะนำ ควรเพิ่มการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ เมื่อเราอายุมากขึ้นมวลของกล้ามเนื้อก็จะลดลงและสูญเสียความแข็งแรงไป ทำให้กล้ามเนื้อเกิดความตึงตัวมากขึ้น ส่งผลให้ข้อต่อต่างๆ ของร่างกายมีช่วงการเคลื่อนไหวที่น้อยลง กล้ามเนื้อที่ยืดหยุ่นไม่ดีมักจะฉีกขาด เจ็บปวด หรือปวดเมื่อยล้าได้ง่าย เช่น อาการปวดหลังจากการนั่งทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ หรือเกิดการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย สาเหตุหลักของการสูญเสียความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ คือการขยับเขยื้อนร่างกายน้อยลงนั่นเอง ซึ่งอาจนำไปสู่ลักษณะท่าทางของร่างกายที่ไม่เหมาะสมและสูญเสียการทำงานตามปกติของกล้ามเนื้อได้

         4.3 ผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายของระบบหัวใจและปอด Ymca 3 min Step Test การทดสอบก้าวขึ้นลง 3 นาที เกณฑ์ที่เราทำได้ คืออยู่ในระดับดีมาก คือ 60 คำแนะนำ ควรมีการออกกำลังกายแบบโอแรบิกอย่างสม่ำเสมอ เช่น เดิน เดินเร็ว วิ่งเหยาะ ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิกในน้ำ เต้นสีลาศ เต้นคลาสแอโรบิก

60 ข้อคิดจากพ่อ

 1. ลูกจงจำไว้ว่า การไม่ต่อสู้ในบางกรณีกลับเป็นวีรกรรม

ที่ยิ่งใหญ่ กว่าการต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย

2.  ลูกอย่าเลือกของที่ชอบด้วยความอยากของลูก แต่จง

เลือกด้วยสติปัญญาและพิจารณาถึงประโยชน์และโทษของมันเสียก่อน

3. ลูกจงอย่าโกรธคนไม่ดีที่จริง เขาก็อยากจะดีเหมือนกันแต่เขา

ไม่เข้าใจว่าอะไรเป็นความดี…และอะไรไม่ดี

4.  ลูกจะตำหนิติเตียนใครก็จงดูตนเองเสียก่อน อย่าให้เขาว่าเรา

ได้

5. ลูกจะเห็นว่าผู้ที่มีสัมมาคารวะ จะพบแต่ความเจริญ การอ่อน

น้อมเป็นเป็นคุณสมบัติของสุภาพบุรุษ การยกมือไหว้ผู้อื่นได้ คือ การทำลาย ตัวกู- ของกู

6. ลูกพ่อต้องเป็นคนแข็งแรง ไม่แข็งกระด้าง ลูกพ่อต้องเป็นคน

เรียบง่าย ไม่มักง่าย ลูกพ่อต้องเป็นคนอ่อนโยน ไม่อ่อนแอ

7. ลูกของพ่อ คล่องแคล่วว่องไว  เป็นปัจจัยแห่งความก้าวหน้า

ของครอบครัว

8.  เงินทองที่ลูกมี ยิ่งใช้ยิ่งหมดไป ปัญญาที่ลูกหาได้ยิ่งใช้ยิ่ง

เพิ่มพูน

9. ถ้าลูกทำเด่น จะถูกคนเขาเขม่นและสมน้ำหน้า ลูกจะพลาดท่า

ลงมา เพราะความยากเด่นอยากดัง

10. ลูกจงจำไว้ว่า เงินทองเป็นของนอกกาย พ่อแม่ สุขใจ เมื่อ

พี่น้องรักกัน

11. ลูกจงโอนอ่อนผ่อนตาม อย่างฉลาดและสุขุม การพ่ายแพ้

ด้วยศิลปะ ดีกว่าการชนะด้วยอารมณ์

12. ความกล้าหาญต้องประกอบด้วยสติปัญญา ถ้าลูกกล้าโดยไม่

มีสติปัญญาเขาเรียกว่า คนบ้าบิ่น

13. ลูกต้องทำทุกอย่างด้วยความสุจริต จิตผ่องใส เมื่อทุจริต จิต

หมองไหม้

14. ทรัพย์สมบัติ ไม่ใช่สิ่งจำเป็น ที่พ่อแม่จะให้แก่ลูก ความรู้

และความประพฤติดีเท่านั้น ที่พ่อแม่ควรมอบให้แก่ลูก อันเป็นที่รัก

15. ลูกหลีกทางให้เขาก็คือหลีกทางให้เราพ้นจากอันตรายใน

ที่สุดก็จะได้รับผลดีด้วยกันทั้งเราและเขา

16. ปลายทางสุดท้ายของความไม่พอ  คือความทุกข์

17. ลูกจงจำไว้ว่า ผู้ที่ไม่เคยให้อภัยคนผู้อื่นคือผู้อ่อนแอทาง

จิตใจ การให้อภัยศัตรู คือการสร้างมิตร

18. ถ้าผู้อื่นหลอกเรา เรารู้ง่ายและแก้ไขได้ง่าย แต่ถ้าลูกหลอก

ตัวลูกเอง รู้ยากแก้ไขได้อยาก

19. ลูกควรจำสิ่งที่ควรจำ ลืมสิ่งที่ควรลืม ทำสิ่งที่ควรทำและ

ต้องรู้ว่า สิ่งใดควรทำก่อน สิ่งใดควรทำที่หลัง

20. เมื่อลูกสังเกต จะพบว่าภายหลังเสียงหัวเราะ จะมีน้ำตา ภาย

หลังที่เสียน้ำตา จักเห็นแสงธรรม คือความจริงของชีวิต

21. หกล้ม เพราะก้าวเดินไปข้างหน้า ยังดีกว่าลูกยืนเต๊ะท่าอยู่

กับที่เพราะถ้ายืนไม่ดี ก็จะมีคนมาถีบให้ล้มอยู่ดี

22. ลูกจงหาความสุขกับปัจจุบัน อย่าใฝ่ฝันถึงอนาคต อย่าหมก

กับอดีตจะทุกข์

23. โชคเข้าข้างผู้ที่มีความอ่อนน้อมเสมอ ถ้าลูกเป็นผู้น้อยที่

นอบน้อมผู้ใหญ่ใครๆ ก็รัก ถ้าลูกเป็นผู้ใหญ่ที่เข้าใจผู้น้อย ผู้น้อยก็มีความภักดี

24. ชีวิตคือการต่อสู้ ศัตรูคือยากำลัง ขอให้ลูกคิดอยู่เสมอว่า ถ้า

สิ่งใดในโลก ที่ผู้อื่นทำได้ ไม่มีเหตุผลอะไร ที่เราทำไม่ได้

25. ความเศร้าโศกเสียใจ มิได้ทำให้ใครได้รับประโยชน์อะไร

นอกจากทำให้ศัตรูของเราดีใจและสมน้ำหน้าเรา

26.เมื่อพบภัยที่อยู่ข้างหน้า จงหนีเข้าหาพระจักหนีไปหาโจร

ซึ่งโจรจักฉวยโอกาสเอาจากเราเสมอ อย่างคาดไม่ถึง

27. คนเรามีความโลภทุกคน ถ้าโลภมาก ก็จะทุกข์มาก ถ้าโลภ

น้อย ก็จะทุกข์น้อย ถ้าไม่โลภก็จักไม่ทุกข์

28. ถ้าลูกประพฤติดี ลูกก็จะพบกับคนประพฤติดี ถ้าลูก

ประพฤติชั่ว ลูกก็จะพบกับคนชั่ว ขอให้ลูกเลือกคบคนให้ถูกต้องเถิด ลูกจักเป็นผู้ที่โชคดี

29. ลูกจงอย่ากลัวไปเลยว่า จะได้แต่งงานกับคนไม่ดี ถ้าลูกไม่

สูบ ไม่ดื่ม ไม่เล่น ไม่เที่ยว ลูกก็จะพบกับคู่ครองที่ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เล่น ไม่เที่ยวเช่นกัน

30. ไม่ว่าคนหรือสัตว์ ต้องการฟังคำอ่อนหวาน ลูกก็เช่นกัน

ควรพูดคำอ่อนหวานแก่ผู้อื่น เมื่อลูกอ่อนหวานกับผู้อื่น ผู้อื่นก็จะอ่อนหวานกับลูก

31. ลืมอะไรก็ลืมได้ แต่อย่าลืมตัว  เสียอะไรก็เสียได้แต่อย่าเสียคน ผิดอะไรก็ผิดได้ แต่อย่าผิดศีลธรรม

32. ลูกจงจำไว้ว่า ศัตรูในวันนี้ อาจเป็นมิตรในวันหน้า เพราะฉะนั้นอย่าทำอะไรเขา

รุนแรงและเกินเลย

33. ลูกจงสนุกกับการใช้เงินและพร้อมกันนั้น ลูกต้องสนุกกับการเก็บรักษาเงินด้วย

และยิ่งกว่านั้น ต้องสนุกกับการหาเงินอย่างไม่เป็นทุกข์ คือหาด้วยความถูกต้อง

34. การกระทำของลูก บางครั้งยังไม่ถูกใจตนเองแล้วจะให้คนอื่นทำให้ถูกใจเราเสมอ

ไปได้อย่างไร คิดแค่นี้ลูกก็จักไม่โกรธคนอื่น

35. ถ้าลูกกล้าอย่างถูกต้อง ก็จะเป็นผู้ฉลาด ถ้าลูกกล้าอย่างบ้าบิ่น ก็จะเป็นคนโง่ ขอให้ลูกจงกล้าอย่างชาญฉลาด

36. บาปและบุญทั้งปวงที่ลูกทำอยู่ในขณะนี้ สักวันหนึ่งจะรวมตัวกันมาสนองแก่ลูก

สิ่งที่ลูกได้รับอยู่ทุกวันนี้เป็นผลจากการกระทำของลูกทั้งสิ้น

37. ลูกจงจำไว้ว่าธรรมชาติไม่เคยให้อภัยใคร ใครทำอย่างใดต้องได้อย่างนั้นแต่

ธรรมชาติก็ให้โอกาสทุกคนเสมอ แต่คนเราโดยส่วนมากไม่ค่อยยอมรับโอกาสนั้น

38. เมื่อเกิดปัญหาแก้ให้ถูกจุด จักพ้นทุกข์ อย่าเป็นเช่นคุณยายแก่ๆ มองหาเข็มที่เสา

ไฟฟ้า เพราะมีแสงสว่างแต่หาเท่าใดก็ไม่พบ เพราะเหตุว่าแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เข็มหายภายในบ้านแล้วมาหานอกบ้านเพียงเพราะในบ้านไม่มีแสงไฟฟ้า น่าขันไหมล่ะ

39. ลูกจงจำไว้ว่าคนเห็นแก่เงิน คบยาก คนเห็นแก่งาน คบง่าย คนเห็นแก่ผู้อื่น คบ

สบาย

40. ถ้าลูกปรารถนาให้ผู้อื่นรัก ลูกต้องทำตัวให้น่ารัก ลูกจึงจะเป็นที่รักของผู้อื่น

41. ไม้ล้มข้ามได้ คนล้มอย่าข้าม สำคัญที่สุด ลูกอย่ามองข้ามตนเอง

42.  ผู้กล้าหาญ คือผู้ที่สามารถบังคับตนเองได้ ถ้าลูกจักปลูกต้นไม้ ต้องบำรุงราก แต่ถ้าปลูกจิตใจ ต้องบำรุงด้วยศีล ด้วยธรรม

43. ลูกเกิดเป็นคนแล้ว ต้องพยามยามทำดีที่สุดเมื่อทำดีที่สุดแล้ว นอกนั้นแล้วแต่ฟ้า

ลิขิต โบราณว่า ลิขิตเป็นของฟ้า(ผลของการกระทำ) ชะตาเป็นของคน (การกระทำของตัวตนเอง)

44. ลูกควรจะยอมผิดใจกับคนสุภาพชนแต่อย่าผิดใจกับคนพาล จะเดือดร้อนอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง

45. การไม่ระวังการใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อยๆ อาจทำให้ล่มจมได้ ดังเช่นเรือรูรั่วเล็ก ๆ  อาจ

ทำให้เรือใหญ่จมได้

46. โรคภัยทางร่างกาย จะเข้ามาทางปากภัยพิบัติ ก็จะออกจากปากของเรา เช่นกัน เมื่อลูกจะพูดสิ่งใด จงพิจารณาให้ดีๆ

47. การโกรธเป็นวิสัยของปุถุชน การให้อภัย เป็นวิสัยของบัณฑิต ลูกพ่อจะเป็น

บัณฑิต จึงต้องฝึกการให้อภัยด้วยความมีเมตตา เพราะเมตตาแก้ความโกรธได้

48.  การเดินทางหมื่นลี้ต้องมีก้าวแรกยามลูกมีอำนาจ จงหย่าเหลิงอำนาจ ยามลูกมี

ความสุขก็อย่าหลงระเริง  ระวังความทุกข์จักตามมา

49. ถ้าลูกให้เงินเพื่อนยืม ระวังจะเสียเงิน จะเสียเพื่อน จะเสียใจ เพราะฉะนั้นลูกอย่าให้เงินใครยืม ถ้ามีก็ให้เขาไปเลย

50. ถ้าลูกระแวงสงสัยใครแล้ว ลูกอย่าทำธุรกิจร่วมกันเพราะจะมีแต่ระแวงกัน การงานไม่ราบรื่น ความทุกข์จะเข้ามาในจิตใจของลูก

51. เรือที่ออกทะเลปฏิเสธคลื่นลมไม่ได้ ฉันใดชีวิตของลูกปฏิเสธอุปสรรคไม่ได้ ฉันนั้น

52. ลูกสังเกตดูจักรู้ว่าผู้เป็นคนดี มักอ่อนน้อมถ่อมตน ผู้โง่เขลามักหยิ่งยโส ทะนงตน คนโง่มักอวดตัวว่าฉลาดหรืออยากให้คนอื่นรู้ว่าฉลาด จึงโอ้อวด คุยเบ่งทับถมคนอื่น ส่วนคนฉลาดมักไม่อวดตัวจักเป็นคนอ่อนน้อม ถ่อมตน ไม่หยิ่งยโส ไม่โอหังและชอบประกาศความดีของผู้อื่น

53. แมลงผึ้งชอบของหอมของหวาน แมลงวัน ชอบของเหม็นของเน่าเสีย ถ้าลูกชอบสิ่งที่ไม่ดี คบคนไม่ดี คิดไม่ดี พูดไม่ดี ทำไม่ดี ไปสู่สถานที่ไม่ดีแล้ว ลูกก็จะเปรียบเช่นแมลงวัน ไม่มีใครชอบหรืออยากจะให้ความรัก  แต่ถ้าลูกคิดดี  พูดดี ทำดี คบคนดีและไปแต่เฉพาะแต่ที่ดี ก็เช่นแมลงผึ้ง คนดีใครก็อยากคบด้วย ถ้าลูกเป็นแมลงผึ้ง ลูกก็ได้พบกับดอกไม้ ถ้าลูกเป็นแมลงวัน ลูกก็ได้พบแต่ของเน่าเหม็น คำโบราณว่าไว้ ขี้เกียจเป็นแมลงวัน ขยันเป็นแมลงผึ้ง

54. ผู้ที่รู้จักประมาณตน เป็นคนฉลาด ลูกควรใช้จ่ายตามฐานะ ลูกจักไม่ขัดสน

ตลอดไป

55. ถ้าลูกมีความเพียรและถ่อมตนแล้วภายใต้ท้องฟ้า ลูกของพ่อจักทำได้ทุกสิ่ง ธรรมะสอนว่า คนล่วงทุกข์ได้ เพราะความเพียร

56. ถ้าลูกทำงานด้วยความรีบร้อน ร้อนรนมักนำความผิดพลาด มาให้ลูกเสมอ ลูกต้อง

ทำด้วยความรวดเร็ว แบบมีสติจึงจะประสบความสำเร็จได้อย่างถูกต้องและราบรื่น

57.  การนินทาและว่าร้ายต่อผู้อื่น มักเจ็บปวดมากกว่ามีดที่กรีดลงบนเนื้อเขามากมายหลายเท่านัก เมื่อลูกเข้าใจอย่างนี้แล้ว อย่านินทา อย่าว่าร้ายผู้อื่นเลย เพราะเมื่อเขาเจ็บปวดเพราะคำพูดของเราแล้ว เขาก็สามารถทำความผิดกับเราได้เราก็เดือดร้อน

58. คนขี้เกียจมักอ้างว่ายังไม่ทำเพราะเช้าไป เพราะเย็นไป  เพราะร้อนไป เพราะหนาวไป เพราะฝนตก เพราะแดดออก ถ้าลูกอ้างอย่างนี้ จะทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ

59.   ในสมัยนี้ใครก็ชอบแต่ของดีๆ แต่ไม่รู้ว่า อย่างไรจึงจะดี จึงขอเตือนว่า ลูกของพ่อ อย่าดีแต่จะคิด ลูกต้องคิดแต่ดีๆ  ลูกของพ่ออย่าดีแต่ทำ ลูกต้องทำแต่ดี ลูกของพ่ออย่าดีแต่ทำ ลูกต้องทำแต่ดีๆ ลูกของพ่อ อย่าดีแต่จะคบคน ลูกต้องคบคนที่ดีๆ ลูกของพ่อแต่จะไป ลูกต้องไปแต่ดีๆ ลูกจงคิดดี พูดดี ทำดี คบคนดี ไปสู่สถานที่ดีๆ

 60.   ถ้าลูกละเลยเรื่องเล็กน้อย กระทำผิดเพียงเล็กน้อยในปัจจุบัน ลูกอาจต้องเสียใจอย่างใหญ่หลวงภายภายหน้า

          อ่านแล้วดีมีสาระ เป็นคติเก็บไว้เตือนใจ 

จากหนังสือ 60 ข้อคิด บันทึกไว้จากใจพ่อ