ตารางอาหารที่ทีแคลเซียมสูง

หลังจากตรวจสุขภาพแล้วปรากฎว่าต้องกินอาหารที่มีแคลเซียมเพิ่มขึ้น จึงลองศึกษาดูว่าควรกินอะไรเพิ่มเติม แต่เห็นว่าเป็นประโยชฯจึงนำมาฝากเพื่อนๆ ด้วยนะค่ะ

อาจารย์ ศ.ดร.ทวีทอง หงษ์วิวัฒน์ได้สรุปตารางอาหารที่มีแคลเซียม (ไม่รวมผลิตภัณฑ์นม)ไว้ในหนังสือ “กินต้านโรค”

อาหาร (100 กรัม)
แคลเซียม (มก.)
               สัตว์น้ำ
กุ้งแห้งตัวเล็ก 2,305
ปลาลิ้นหมาแห้ง 1,912
กุ้งฝอย 1,339
ปลาเล็กปลาน้อยทอด 860
กะปิ 1,565
                ถั่ว ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดพืช
งาดำคั่ว 1,452
ถั่วแดงหลวง 965
ถั่วแปะยีคั่ว 592
เต้าหู้ขาวอ่อน 250
                  ผัก
ยอดแค 995
ใบชะพลู 601
ป้วยเล้งสุก 600
เห็ดลม 541
ใบยอ 469
มะขามผักสด 429
ผักกระเฉด 387
สะเดา 354
โหระพา 336
ผักคะน้า 245
ผักกาดเขียว 178
แหล่งข้อมูล:

ทวีทอง หงษ์วิวัฒน์. อาหารสร้างกระดูก. ใน: กินต้านโรค. พิมพ์ครั้งที่ 4. สำนักพิมพ์แสงแดด. 2547.

Advertisements

คำกล่าวทักทาย (ภาษาประเทศสมาชิกอาเซียน)

 

คำกล่าวทักทาย (ภาษาอาเซียน)

บรูไน

ซาลามัต ดาตัง

อินโดนีเซีย

ซาลามัต เซียง

มาเลเซีย

ซาลามัต ดาตัง

ฟิลิปปินส์

กูมุสตา

สิงคโปร์

หนีห่าว

ไทย

สวัสดี

กัมพูชา

ซัวสเด

ลาว

สะบายดี

พม่า

มิงกาลาบา

เวียดนาม

ซินจ่าว

แหล่งที่มา  http://www.seminarwinyuchon.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539366292

ประหยัดรายจ่าย แบบเหมา-เหมา

Quote 1
“พยายามอย่าพกเงินสดไว้ในกระเป๋าสตางค์เยอะ โดยเฉพาะธนบัตรย่อย เพราะจะทำให้เราหยิบจ่ายง่ายและเร็วขึ้น”

 

Quote 2
“ให้คิดก่อนที่จะหยิบเงินซื้อของบางอย่างที่เรามีอยู่แล้ว อย่าคิดแค่ว่าอยากได้เพียงอย่างเดียว”

ระหว่างการขึ้น-ลงรถไฟฟ้าใต้ดิน เมื่อก่อนจะต้องหยิบเงินเพื่อไปซื้อเหรียญเข้าสถานี แต่เพื่อความสะดวกเลยไปซื้อบัตรแบบเติมเงิน แต่ก็มาคิดว่าหากเราซื้อแบบรายเดือนไปเลยจะคุ้มค่ากว่าหรือเปล่า เพราะเราต้องใช้ชีวิตอยู่กับการเดินทางลักษณะแบบนี้อีกนาน เมื่อตัดสินใจได้ทำให้เรารู้เลยว่า นอกจากจะสะดวกแล้วยังคุ้ม ค่าและประเมินรายจ่ายได้อีกด้วย และนี่จึงเป็นที่มาของเรื่องระบบเหมาจ่ายแบบรายเดือนที่มีอยู่หลายอย่าง จากเงินสดสู่ระบบเหมาจ่ายทีเดียว เมื่อมาแยกออกเป็นข้อๆ แล้ว เราก็จะได้รับคำตอบว่า ระบบเหมาจ่ายนั้นจะประหยัดจริงหรือไม่

ระบบเหมาจ่ายแบบรายเดือน

รายจ่ายค่าเดินทาง
ในชีวิตประจำวันของเรา ค่าใช้จ่ายของเราจะหมดไปกับเรื่องของการเดินทางเป็นส่วนใหญ่ หากเรามาลองคำนวณรายจ่ายเฉพาะการเดินทาง กำหนดไปเลยว่าในหนึ่งเดือนอัตราค่าเดินทางของเราควรจะอยู่ที่เท่าไหร่ บวกลบอีกเท่าไหร่ เราสามารถคำนวณได้จากการเลือก ซื้อบัตรโดยสารแบบรายเดือน โดยคิดเฉลี่ยแบบวัน (ไป-กลับ) ก็จะทำให้ง่ายต่อการคุมรายจ่ายในส่วนนี้ ในกรณีที่เราไม่มีรถยนต์ส่วนตัว เราก็ต้องพึ่งรถไฟฟ้ามหานคร รถไฟฟ้าใต้ดิน หรือ ขสมก. ก็สามารถซื้อตั๋วเดือนได้
ส่วนคนที่มีรถยนต์แล้วต้องบวกค่าทางด่วน ก็สามารถซื้อแบบ Easy pass เพื่อคำนวณว่า ต่อเดือนเราต้องขึ้น-ลงทางด่วนเฉลี่ยแล้วเดือนละกี่บาท ก็เติมเงินเท่านั้น ส่วนนี้เราก็สามารถกำหนดรายจ่ายได้เช่นกัน อย่าลืมคำนวณค่าน้ำมันรถด้วย

ตาราง
หมายเหตุ : ควรสอบถามเพิ่มเติมกับทางผู้ให้บริการ

 

รายจ่ายค่าโทรศัพท์
ค่าบริการของโทรศัพท์มือถือ ในกรณี เหมาจ่ายรายเดือน ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับพนักงานออฟฟิศที่ต้องมีการโทรออกบ่อยๆ พ่วงกับค่าอินเตอร์เน็ตบนมือถือ ระบบเหมาจ่ายรายเดือนก็จะคุ้มค่ากว่าระบบเติมเงิน ซึ่งระบบเติมเงิน อาจจะเหมาะกับคนที่ไม่ค่อยได้ใช้โทรออก และไม่ได้ใช้มือถือสำหรับการท่องอินเตอร์เน็ต หากจำเป็นต้องใช้อินเตอร์เน็ตขึ้นมา บางเครือข่ายก็จะมีเหมาจ่ายอินเตอร์เน็ตแบบรายวัน แต่เมื่อมาเฉลี่ยจริงๆ แล้ว เมื่อใช้อินเตอร์เน็ตรายวันบ่อยๆ แบบเหมาจ่ายรายเดือนดูท่าจะคุ้มค่ากว่าเยอะ โดยเราสามารถเลือกโปรโมชั่นตามเครือข่ายได้โดยประเมินการใช้ของตัวเอง และที่สำคัญสิ้นเดือนจะมีบิลค่าเรียกเก็บค่าบริการ ซึ่งในบิลก็จะแสดงรายละเอียดการใช้งานต่างๆ ออกมา ที่ทำให้เราสามารถประเมินได้ทันทีว่าเดือนหน้าเราจะใช้อยู่ที่เท่าไหร่ และเรายังคำนวณรายจ่ายส่วนนี้ได้ค่อนข้างแน่นอน

รายจ่ายค่าอาหาร
ในส่วนนี้เราเองที่จะต้องกำหนด โดยหารเฉลี่ยจากเงินเดือนของเราว่า ในหนึ่งวันค่ากับข้าวของเราจะอยู่ที่เท่าไหร่ เพื่อไม่ให้เราซื้อของกินเกิน ส่วนหนึ่งนอกจากจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังสามารถช่วยเราเรื่องของสุขภาพได้อีกด้วย ในเมื่อกำหนดค่าอาหาร เราก็จะพยายามไม่ซื้อขนมหรือของจุกจิกอื่นๆ เพราะเกรงว่าจะเกินอัตราที่เราเฉลี่ยนั่นเอง หรือ อีกหนึ่งวิธีคือ การผูกปิ่นโตกับร้านอาหาร ใกล้เคียงออฟฟิศ เช่น มื้อเช้า 30 บาท มื้อกลางวัน 30 บาท = 60 บาท/วัน รายเดือน (วันทำงานเฉลี่ย 20 วัน) ก็จะอยู่ประมาณ 1,200 บาท บวกลบมื้อเย็นและเครื่องดื่มเป็นรายเดือน 2,000 บาท เป็นต้น
สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความน่าสนใจของระบบเหมาจ่าย นอกจากจะทำให้เราสามารถคำนวณรายจ่ายต่อเดือนได้แล้ว ยังทำให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องพกเงินสดเป็นจำนวนมากอีกด้วย

สำหรับเรื่องของค่าใช้จ่ายๆ อื่นๆ นั้น คุณสามารถกำหนดรายจ่าย เมื่อคุณรู้ยอดที่ต้องจ่ายทุกๆ สิ้นเดือน เช่น ค่าเช่าบ้าน ผ่อนรถ ค่าประกันสุขภาพ เงินส่งให้ครอบครัว ส่วนนี้จะเข้าไปอยู่ในหัวข้อของรายจ่ายอื่นๆ และเมื่อสิ้นเดือนมาถึง คุณจะสามารถคำนวณได้ทันทีว่า คุณมีรายจ่ายเท่าไหร่ต่อเดือน แม้ในอนาคตเงินเดือนจะมากขึ้น แต่คุณยังคงจ่ายเท่าเดิม เท่ากับว่าคุณจะมีเงินเก็บเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

 

Image  ข้อมูลจาก Be Magazine

ตาเอี่ยม ขอทานใจบุญ! หอบเงินเก็บเกือบ 1 ล้านบาท บริจาควัดไร่ขิง

ตาเอี่ยม ขอทานใจบุญ! หอบเงินเก็บเกือบ 1 ล้านบาท บริจาควัดไร่ขิง

ตาเอี่ยมขอทานใจบุญ! หอบเงินเก็บเกือบ 1 ล้านบาท บริจาควัดไร่ขิง

รายงานข่าวแจ้งว่า นายเอี่ยม คัมภิรานนท์ วัย 62 ปี ชาวตำบลปากแพรก จังหวัดสระบุรี ป่วยเป็นโรคโปลิโอตั้งแต่กำเนิด พิการแขนขา เดินไม่สะดวก ไม่มีญาติพี่น้อง ต้องนั่งขอทานอยู่ที่หน้าทางเข้าพระอุโบสถวัดไร่ขิง ปกติแล้วมา นั่งขอทานอยู่ด้านหลังโบสถ์วัดไร่ขิงตั้งแต่ปีพ.ศ.2522 จนปัจจุบันรวมระยะเวลากว่า 33 ปีแล้ว แต่ละปีจะนำเงินบริจาคให้วัดโดยตลอด ซึ่งได้จากการเก็บหอมรอมริบเงิน จนปีนี้มีเงินสดอยู่  เกือบ 1 ล้านบาท

แต่นายเอี่ยม ได้นำเงินสด เกือบ 1 ล้านบาท นำเงินมอบให้กับพระประธานในโบสถ์ เพื่อเป็นการบริจาค  โดยให้เจ้าอาวาสรับมอบและเก็บรักษาไว้ใช้จ่ายในการฉลองสมโภชวัดไร่ขิง โดยนายเอี่ยมบอกว่า  เงินที่ผู้มจิตศรัทธาให้ ส่วนหนึ่งจะนำไปถวายให้กับพระประธานหลวงพ่อวัดไร่ขิง จึงได้เก็บหอมรอมริบไว้ พอครบ 1 ปีจะนำเงินที่ได้มาบริจาคให้วัดส่วนหนึ่ง ส่วนหนึ่งเก็บไว้ใช้จ่าย บางปีได้มาก บางปีได้น้อย แต่ละปีจะมอบให้วัด ตั้งแต่ 100,000-400,000 บาท

“ปีนี้งเป้าไว้ว่า หากขอทานได้เงินครบ 1 ล้านบาทจะนำมาบริจาคให้วัด เมื่อได้เงินครบมอบให้วัด เป็นจำนวน 999,999 บาท ส่วนที่เหลือ 1 บาทจะเก็บไว้เป็นเงินก้นถุง และยังมีเงินเหลือพอ ที่จะจ้างวงดนตรีลูกทุ่งวง “ตั๊กแตน ชลดา” มาแสดงให้ชาวบ้านชมในงานประจำปีของวัดด้วย” นายเอี่ยมกล่าว

   ขอชื่นชมตาเอี่ยมผู้มาด้วยน้ำใจ  ถึงร่างกายจะพิการ แต่ก็หมั่นทำบุญทำทาน ขยันทำมาหากิน จนมีเงินมาก แต่ก็ยังสร้างคุณงามความดีให้โลกได้จารึก บริจาคเงินให้วัดมาหลายปีแล้ว ขอชื่นชมจากใจจริงค่ะ

http://news.mthai.com/general-news/157682.html

ณเดชน์-ชมพู่ คว้ารางวัลเมขลา

Image        เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 10 มี.ค.ที่หอประชุมมงคลอาภากร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร สมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมช่างภาพผู้สื่อข่าวโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, มูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์  อาร์ต ฟอร์ ออล, สมาคมส่งเสริมความจริงของพระพุทธศาสนา และองค์กรสื่อมวลชนหลายภาคส่วน รวมทั้งองค์กรศาสนาต่าง ๆ ได้จัดงานประกาศรางวัลผลงานดีเด่นทางโทรทัศน์ “รางวัลเมขลา, รางวัลมณีเมขลา และรางวัลดาวเมขลา” ภายใต้โครงการ “รวมใจภักดิ์ รักแผ่นดิน เทิดไท้องค์ราชัน” ครั้งที่ 24 ประจำปี 2554 

       สำหรับรางวัลเป็นประเภทต่าง ๆ ทั้งรางวัลประเภทละคร พิธีกร วาไรตี้ เกมส์โชว์ บันเทิง โดยรางวัลละครเมขลามหานิยมแห่งปีได้แก่ “รอยไหม” ทางช่อง 3  รางวัลดารานำชายเมขลามหานิยมแห่งปี ได้แก่ “ณเดชน์ คูกิมิยะ” จากเรื่อง “เกมร้ายเกมรัก” ช่อง 3, รางวัลดารานำหญิงเมขลามหานิยมแห่งปีคือ “ชมพู่-อารยา เอฮาร์เก็ต” จากละครเรื่องดอกส้มสีทอง ช่อง 3 ,รางวัลผู้กำกับเมขลามหานิยมแห่งปีได้แก่ “พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง” จากละคร “รอยไหม” ,รางวัลดาราสมทบชายเมขลามหานิยมแห่งปีได้แก่ “ชุมพร เทพพิทักษ์” จากเรื่อง “เงาพราย” รางวัลดาราสมทบหญิงเมขลามหานิยมแห่งปีได้แก่ “ศิริลักษณ์ ผ่องโชค” จากละครเรื่อง  “ตลาดอารมณ์” ช่อง 5 , รางวัลบทโทรทัศน์เมขลามหานิยมแห่งปีได้แก่ศัลยาจาก “ดอกส้มสีทอง”  รางวัลเพลงนำละครเมขลามหานิยมแห่งปีได้แก่เพลง “ไม่เหลืออะไรเลย” จากละคร “ตลาดอารมณ์” 
       ส่วนรางวัลผู้ดำเนินรายการชายดีเด่นเมขลามหานิยมได้แก่ “ปัญญา นิรันดร์กุล” จากรายการ “เอสเอ็มอี ดีแตก” ช่อง 5 ,รางวัลผู้ดำเนินรายการหญิงดีเด่นเมขลามหานิยมได้แก่ “วริศรา กำธรเจริญ” จาก “คลับมันตรา”  ช่อง  5 ด้าน รางวัลพิธีกรข่าวชายดีเด่นมหานิยมแห่งปีได้แก่ “กิตติ สิงหาปัด” จากข่าว 3 มิติ รางวัลพิธีกรหญิงดีเด่นนมหานิยมแห่งปีได้แก่ “ณัฏฐา โกมลวาทิน” และรางวัลศิลปินต่อต้านยาเสพติด (ปปส.) คือ มาริโอ เมาเร่อ และ คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์.

หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ 12 มีนาคม  2555

ทำงานอย่างไรให้มีความสุข ข้อคิดจาก ว.วชิรเมธี

.วชิรเมธี ทำงานอย่างไรให้มีความสุข (ไทยรัฐ)

          สุดท้ายที่จะมาเทศน์ผ่านไทยรัฐออนไลน์ คือ ท่าน ว.วชิรเมธี พระอาจารย์ที่เชี่ยวชาญการเทศน์ในทุกหัวข้อ จนได้ฉายาว่าพระผู้รอบรู้ เพราะแทบไม่มีเรื่องอะไรเลยที่ ท่าน ว.ตอบให้กับสังคมไม่ได้ ที่สำคัญทุก ๆ คำตอบของท่านตอบด้วยธรรมะที่คติธรรมโดยไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด…!!!

ศิลปะการทำงานให้มีความสุข

          หัวข้อทำงานอย่างไรให้มีความสุขเป็นหัวข้อของอาตมา ซึ่งสามารถแบ่งได้ดังนี้

1. ทำงานที่ใจรัก เพราะถ้าเราทำงานที่ใจรักทุก ๆ วันจะเป็นวันแห่งความสุข เราไม่ต้องรอว่าความสุขจะมาถึงเราวันเสาร์-อาทิตย์แต่ทุกวันที่เราทำงานจะเป็นวันแห่งความสุขของเราเพราะว่าเราทำด้วยความรัก

2. ทำงานทุกชิ้นให้เต็มที่ให้ดี เพราะเมื่อเราสร้างงาน งานจะย้อนกลับมาสร้างคน งานคือเวทีแสดงออกซึ่งศักยภาพในการทำงานของเราทุกครั้งที่เราทำงานให้เต็มที่และทำอย่างดีที่สุด คนก็จะเห็นคุณค่าของเราว่ามีมากน้อยเพียงไร ดังนั้นเมื่อเราตั้งใจสร้างงาน งาน 1 ชิ้นก็จะย้อนกลับมาสร้างคน

3. ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใสเพราะเมื่อเราทำงานด้วยความสุจริตก็ไม่ต้องมานั่งระแวงภัยที่จะตามมาในอนาคตซึ่งเกิดจากการตามจับผิด โดยหน่วยงานของทางการต่างๆ ถ้าเราทำวันนี้ให้ถูกต้องก็ไม่ต้องนั่งกังวลว่าวันวานมันจะผิด

4. เป็นนักประสานสิบทิศ อย่ามัวแต่ทำงานจนหลงลืมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน ไม่มีใครเก่งอยู่ได้คนเดียว แท้ที่จริงเราจะต้องอาศัยผู้ร่วมงานจากทุกฝ่ายอยู่เสมอ ดังนั้นอย่ามัวแต่ทำงานแต่จงทำคนด้วย เพื่อก่อให้เกิดสภาวะงานก็สำเร็จ ชีวิตก็รื่นรมย์ คนก็สำราญ งานก็สำเร็จ ใครทำงานได้อย่างนี้คน ๆ นั้นจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในการทำงาน จนกล่าวได้ว่า งานก็สำเร็จ ชีวิตก็รื่นรมย์

ถ้าไม่ได้ทำงานที่เรารักจะมีความสุขหรือเปล่า

          ตอบได้อย่างนี้ ถ้าไม่ได้ทำงานที่เรารัก วิธีคิดที่ดีคือการมองเชิงบวก เวลาเจองานหนักก็ให้บอกตัวเองว่านี้คือการฝึกตัวเอง เวลาเจอปัญหาซับซ้อนก็บอกตัวเองว่ายิ่งปัญหาซับซ้อนเราก็ยิ่งได้เรียนรู้มากขึ้น เวลาเจอเจ้านายที่ละเมียดละไมเหลือเกินก็ให้บอกตัวเองว่า นายที่รอบคอบแบบนี้จะฝึกเราให้สมบูรณ์แบบ ฉะนั้นถ้าเรามองเชิงบวกให้เป็นถึงแม้เราจะไม่ได้ทำงานที่เรารักแต่เราก็จะมีความสุขเสมอ ในเมื่อไม่มีสิ่งที่เราชอบ เราก็ควรชอบสิ่งที่เรามี เพราะในโลกนี้ไม่มีใครได้อะไรอย่างใจหวัง และจะไม่มีใครพลาดหวังทุกอย่างไป ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราจะทำมีแง่ดีแง่งามอยู่เสมอขอให้เรามองให้เห็น ถ้ามองเห็นเราก็จะเป็นสุขกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

วิธีการมองเห็นทำอย่างไรถึงจะมองเห็นกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

          คุณสมบัติที่จะเปลี่ยนทุกข์ให้เป็นสุขนั้น มี 2 อย่าง

1. สังเกต สังเกตหาแง่ดีแง่งามของสิ่งต่าง ๆ ที่เราทำอยู่ให้เจอ เช่น งานของพระอาจารย์เป็นงานที่ต้องเดินทางบ่อยมากไปเทศน์ไปสอนตลอด หลายคนก็บอกว่าเหนื่อยมาก ๆ  ถ้ามาถามพระอาจารย์จะบอกว่ามันเหนื่อยก็จริงแต่มีความสุขมากเพราะได้เดินทางไปทั่วโลก ได้เจอผู้คน ได้พบภูมิประเทศใหม่ ๆ ได้สานสัมพันธ์ใหม่ ๆ ตลอดเวลา ฉะนั้นในความเหนื่อยเราก็ได้เดินทางท่องไปทั่วทั้งโลก นี่คือแง่ดีแง่งาม แต่ส่วนใหญ่คนมักจะมองอยู่จุดเดียวมองแค่ว่าเรากำลังเหนื่อยหนักจริง ๆ เหนื่อยก็แค่ส่วนหนึ่ง แต่ส่วนที่ดีเมื่อพิจารณาจริง ๆ แล้วมันมีมากกว่า ให้เราสังเกตอย่างนี้ รู้จักสังเกต รู้จักพินิจ พิจารณา เราจะเห็นความแตกต่างเสมอ

2. สังเกตแล้วต้องสังกาให้ตั้งคำถาม ว่าเราจะสร้างสรรค์งานที่เราทำอยู่ให้ดีขึ้นได้อย่างไร ถ้าเราถามว่า ทำไม ทำไม ทำไม… ก็จะเกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ขึ้นมาทุกครั้งไป กาลิเลโอก็ดี นิวตั้นก็ดี ประสบความสำเร็จในชีวิตเพราะว่า เขาชอบตั้งคำถามว่าทำไม นั่นแหละเคล็ดลับในการทำงาน

ทำงานที่ชอบแต่เงินเดือนน้อยมองอย่างไรให้เป็นสุข

          ถ้าเงินเดือนน้อยก็ต้องลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นของเราทิ้งไป แทนที่จะไปเรียกร้องเงินเดือนให้สูงขึ้นกว่าจะได้ก็ช้ามาก ก็ใช้วิธีปรับวิธีในการบริโภคของเราลง ที่จะบริโภคต่างความอยาก ซึ่งเติมอย่างไรก็ไม่เต็มมาบริโภคตามความจำเป็น ดีกว่ามุ่งประโยชน์ใช้สอยอย่างมุ่งประโยชน์ใช้สวย ถ้าเราจับจ่ายใช้สอยในการถือหลักประโยชน์ใช้สวยมีเท่าไหร่ก็ไม่พอ แต่ถ้าเราถือหลักจับจ่ายใช้สอย คือจำเป็นแค่ไหนก็จับจ่ายใช้สอยแค่นั้น พอกินพอใช้ ถึงแม้ไม่รวยแต่ก็ไม่ถึงขั้นตกต่ำย่ำแย่ แทนที่เราจะเรียกร้องเงินเยอะ ๆ ทำไมเราไม่ลดหรือเปลี่ยนวิธีในการบริโภคของเราแทน บริโภคต่างตัณหาทำให้เรามีเงินเท่าไหร่ก็ไม่พอใช้ แต่บริโภคตามปัญญาถึงเงินไม่มากมายอะไรแต่เราก็มีความสุขตามสมควร…

วิธีการแก้ปัญหาในที่ทำงาน ทั้งโดนนินทา โดนแกล้ง

          ให้ถือซะว่ามารไม่มีบารมีไม่เกิด เวลาที่เราทำงานต้องมีอยู่แล้วคนแกล้งคนไม่พอใจคนอิจฉาตาร้อนให้เราถือหลักว่า

1. มารไม่มีบารมีไม่เกิด

2. สิ่งใดเกิดขึ้นแล้วสิ่งนั้นกำไรเสมอ

3. อยู่ใต้ฟ้าอย่ากลัวฝน เกิดเป็นคนอย่ากลัวคำนินทา

4. ถูกชมก็เข้าท่าถูกด่าก็ไม่เลว เหล่านี้เป็นคติที่พระอาจารย์ใช้ทำงานอยู่เสมอ จึงสามารถรับมือได้ทุกกระบวนท่า

กว่าจะผ่านปัญหาไปได้ต้องฝึกฝนตัวเองอย่างไร

          จะต้องทำตัวให้หนักแน่นดังแผ่นภูผา ลมมาพัดก็ไม่ปลิวไปตามลม ฝนสาดก็ไม่เปื่อยสลาย แดดส่องก็ไม่ละลายไปกับแสงแดด ฉะนั้นทำตัวให้หนักแน่นดั่งแผ่นภูผาเราก็จะอยู่ในทุกสภาวะของชีวิต

กรณีสำหรับคนที่ตกงานมีวิธีคิดอย่างไรไม่ให้เครียด

1. ต้องหางานทำ

2. หาแล้วไม่ได้ต้องสร้างงานขึ้นมา ตกงานได้แต่อย่างให้ใจตก เพราะถ้าใจตกชีวิตจะตกต่ำทันที ดังนั้นไม่ต้องเสียใจ คนที่ รวยที่สุดในโลกตอนนี้ สตีฟ จอบส์ ก็เคยตกงาน แต่ว่าเขาตกงานแล้วไม่ตกใจจึงลุกขึ้นมาสร้างบริษัทใหม่ในที่สุดก็ประสบความสำเร็จได้ ฉะนั้นเราตกงานได้แต่ไม่ได้หมายความว่าความรู้ความสามารถของเราตกไปด้วย มันยังอยู่กับตัวเรา ก็เอาความรู้ความสามารถที่อยู่ในเนื้อในตัวเราลุกขึ้นมาสร้างงานใหม่ ทำอย่างนี้แล้วเราจะประสบความสำเร็จได้ โอกาสยังคงมีเสมอสำหรับผู้ที่ไม่ปิดกั้นตัวเอง ต้องหาความรู้เพิ่มเติมให้ถือหลักพึ่งตนเองอย่ารอพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในบรรยากาศที่บ้านเมืองอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติการพึ่งตนเองสำคัญที่สุดเลย

ถ้ายังไม่ได้งานแล้วหันไปพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผิดหรือเปล่า

          เอาวันเวลาที่ไปบนบานสานกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น มา พินิจ พิจารณาหาช่องทางทำกิน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยเราได้ในทางจิตวิทยาคือทำให้เราเคลิ้มๆแต่ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาที่แท้จริง พูดอีกอย่าง “หนึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นยาทา การใช้ปัญญาเป็นยากิน” การรักษาโลกต้องใช้ยากิน การใช้ยาทาก็เป็นการรักษาแต่ภายนอก สิ่งศักดิ์สิทธิ์ถ้าศักดิ์สิทธิ์จริงประเทศไทยจะมีคนจนไหม ไม่มี… ประเทศที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากที่สุดในโลกคืออินเดีย ปรากฎว่ามีประชากรกว่าร้อยล้านคนตกงาน นี้คือบทเรียนของการรอพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ฉะนั้นให้หันมาพึ่ง ลำแข้ง ลำขา สติปัญญาของตัวเองจึงจะดีที่สุด

น้อยใจทำงานมานานแล้วไม่มีโบนัส มีวิธีคิดอย่างไร…?

          ถ้าโบนัสไม่มาเอาเท่าที่มีก่อนก็ได้ มีคนอีกมากที่ตกงานแต่เรายังมีงานทำ มองเป็นก็จะเห็นธรรม แต่ถ้ามองไม่เป็นก็จะมาน้อยใจ เวลาที่เรารู้สึกแย่มองคนที่แย่กว่าเรา แล้วเราจะรู้สึกว่าเรายังได้เปรียบอยู่

ถ้าเป็นพวกที่บ้างานหนักจะทำอย่างไร

          ต้องแสวงหาทางสายกลาง พวกที่เป็นโรค Workaholic ทั้งหลาย จะต้องแสวงหาทางสายกลางในการทำงาน การทำงานต้องประสานกับคุณภาพของชีวิตคือผลสัมฤิทธิ์ของมือทำงานระดับอาชีพ การทำงานประสานกับคุณภาพของชีวิตคือผลสัมฤทธิ์ของคนทำงานมืออาชีพ ฉะนั้นอย่างเป็นคนบ้างานจนหลงลืมคุณภาพของชีวิต จะต้องรักษาสมดุลของงานสมดุลชีวิตให้ลงตัวพอเหมาะพอดี

เราจะคำนวณสัดส่วนสมดุลย์ในการทำงานคืออะไร

          ใช้ทางสายกลางในการทำงานและการดำรงชีวิต 50-50 คืองานกับชีวิตจะต้องสมดุลกันในลักษณะ 50-50 บ้างานมากเกินไปสิ่งที่ได้กลับมาก็คือความเครียดและสุขภาพไม่ดี บ้าใช้ชีวิตมากเกินไปสิ่งที่ได้กลับมาก็คือจะอดตายเอา ไม่มีเงินกิน ไม่มีเงินใช้ ฉะนั้นต้องให้ทั้งสองส่วนมาสมดุลย์กัน 50-50 นี่คือทางสายกลางสำหรับคนทำงาน

ประสบการณ์ของพระอาจารย์มีคนบ้างานจนถึงขั้นเสียชีวิตบ้างหรือเปล่า

          มีลูกศิษย์ที่ทำงานหนัก เงินเดือนแค่ 50,000 แต่ทำงานเหมือนตัวเองได้เงินเดือน 3 แสน ผลคือเป็นโรคมะเร็งและรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลหมอบอกว่าไม่พบสาเหตุจากพันธุกรรม พบอยู่สาเหตุเดียวคือแบกความเครียดนานเกินไปเงินที่หามาทั้งชีวิตต้องนำมารักษาโรคมะเร็งทั้งหมด ฉะนั้นสาเหตุหลักของมะเร็งในตอนนี้คือความเครียดนี่คือตัวอย่างของโรค Workaholic โรคบ้างาน ทำงานมากเกินไปสุดท้ายต้องไปใช้เงินในโรงพยาบาล ไม่ได้ใช้เงินอย่างมีความสุข
อยากให้พระอาจารย์แนะนำวิธีผ่อนคลายในการทำงานของพวกมนุษย์เงินเดือน

          ถ้าเราทำงานแล้วคุณภาพชีวิตไม่ดีแสดงว่าเรากำลังเดินผิดทางมันกำลังสุดโต่ง ฉะนั้นเวลาทำงาน อย่ามัวแต่ทำงานให้สังเกตคุณภาพชีวิตของตัวเองด้วย เมื่อเราทำงาน มีเวลากินข้าวกับครอบครัวไหม เรามีเวลาพักผ่อนวันเสาร์วันอาทิตย์ไหม เรามีเวลาอยู่กับลูกและภรรยาไหม เรามีเวลาไปเที่ยวต่างจังหวัดบ้างหรือเปล่า ถ้าสิ่งเหล่านี้ได้หายไปในชีวิตแสดงว่าคุณได้เสียสมดุลย์ชีวิตไปแล้ว ถ้าไม่ปรับมาสู่ทางสายกลางแสดงว่าอนาคตอันใกล้คุณกำลังป่วย เอาเงินที่หามาทั้งชีวิตมาใช้ในโรงพยาบาล นี่เป็น “โรคอารยธรรม” ที่กำลังเกิดขึ้นกับมนุษย์ในยุคทุนนิยมทั่วโลก ที่อเมริกา ที่ญี่ปุ่นป่วยด้วยโรค Workaholic เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ประเทศไทยอันดับต้นๆของเอเชีย เพราะเราเครียดจากการเมือง เครียดจากเศรษฐกิจ เครียดจากแข่งขันในระบบทุนนิยมด้วย ดังนั้นใครที่เป็นโรคบ้างานจะต้องระมัดระวังถามตัวเองด้วยว่า เรามีภาวะสมดุลย์งานสมดุลย์ชีวิตแล้วหรือยัง อย่าทำงานจนป่วยตาย อย่าหลงเสน่ห์อบายมุข อย่ามีความสุขจนลืมศีลธรรม

ถ้ามีคนถามพระอาจารย์ว่า งานจำเป็นต่อชีวิตหรือไม่…?

          งานจำเป็นต่อชีวิตเพราะทุกคนต้องกินต้องใช้แต่ต้องไม่ลืมว่าถ้าไม่มีชีวิตมีงานก็ศูนย์เปล่า

ความหมายของ”งาน”ในแบบของพระอาจารย์คืออะไร…?

          งานของเราก็คือการทำให้เขามีความสุข ทุกวันอาตมามีความสุขมากเพราะเป็นงานที่ไม่ได้ทำร้ายใครเลย อาตมาไปเทศน์ไปสอนไปบรรยายก็เหมือนเป็นการเอาความสุขไปโปรยให้กับคนทั่วทั้งสากลโลก ฉะนั้นทุก ๆ วันที่เดินทางออกจากวัดอาตมามีความสุขมาก ทำงานเหมือนแสงเดือนแสงตะวันที่ชโลมผืนโลก ทำไปไม่หวังผลประโยชน์ หวังแค่ประโยชน์สุขที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ อาตมามีความสุขที่เห็นคนอื่นมีความสุข เป็นความสุขที่เกิดขึ้นจากการทำให้คนอื่นมีความสุข เรียกว่าให้สุขแก่ท่านสุขนั้นถึงตัว ฉะนั้นชีวิตการทำงานของอาตมาก็ถือว่ามีความสุข เพราะได้ทำงานที่ตัวเองรัก และปรัชญาในการทำงานของอาตมาก็คือ งานของเราคือการทำให้เขามีความสุข

แล้วงานที่ดีที่สุดคืออะไร…?

          งานที่จะทำให้เราอยู่ได้ในทางเศรษฐกิจและมีชีวิตที่มีความรื่มเย็นในจิตใจ คืองานในอุดมคติที่มนุษย์ทุกคนพึ่งสร้างสรรค์พัฒนาขึ้นมาให้ได้ ย้ำอีกครั้งหนึ่งคือ สามารถอยู่ได้ในทางเศรษฐกิจ มีชีวิตที่ร่มเย็นในจิตใจ เรียกว่าในทางกายภาพก็อยู่ได้ในทางใจก็เป็นสุข

สุดท้ายให้ศีลให้พรในวันปีใหม่เกี่ยวกับการทำงาน

          ในโอกาสปีใหม่ก็ขอมอบพร 4 ประการให้กับคนไทย พลังทั้ง 4 เพื่อความสวัสดีของชีวิตคนไทย

1. พลังปัญญาของให้คนไทยลดความรู้สึกลงกลับมาใช้เหตุผลให้มากขึ้น

2. พลังความเพียรขอให้คนไทยพึ่งตนเองลดการพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์

3. พลังความสุจริตขอให้คนไทยร่วมกันต่อต้านคอรัปชั่นทุกรูปแบบแล้วหันมาเชื่อมั่นในความสุจริตโปร่งใส

4. พลังความสามัคคี ขอให้คนไทยเลิกเห็นแก่ตัวจนไม่เห็นหัวคนอื่น มาถือหลักธรรมใหม่ ๆ ว่า ส่วนไหน ๆ ก็ไม่ยิ่งใหญ่เท่าส่วนรวม ลด ละ เลิก การแบ่งแยก ไทยเหลือง ไทยแดง ไทยน้ำเงิน ให้เหลือเป็นไทยแลนด์ที่เป็นหนึ่งเดียว เท่านี้ชีวิตก็จะมีความสุข คนไทยทั้งประเทศก็จะมีความสุข เพื่อความสวัสดีของคนไทยให้เป็นพรปีใหม่ของเราชาวไทยทุก ๆ คน…
แหล่งที่มา http://hilight.kapook.com/view/45089
         

กิจกรรมการรวบรวมหนังสือซ้ำเพื่อบริจาคบนเว็บไซต์

         เนื่องด้วยทรัพยากรสารสนเทศที่เราได้รับมา มีจำนวนมากทางงานพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ จึงจัดกิจกรรมการรวบรวมหนังสือซ้ำเพื่อบริจาคบนเว็บไซต์ ให้แก่ผู้ที่สนใจ ซึ่งท่าน สามารถติดต่อได้ที่ ชั้น 4 หรือ  mamak_5@hotmail.com   เบอร์โทร 02 9547300-29 ต่อ 414 ชูชีพ 

   หมายเหตุ  (หนังสือชุดนี้ มีคนจองหมดแล้วนะค่ะ)

ลำดับที่ ชื่อผู้แต่ง ชื่อเรื่อง จำนวน หมายเหตุ
1  พระชาย  วรธมฺโม.  ฉลาดทำบุญ : รวมเรื่องน่ารู้ คู่มือทำบุญให้ถูกวิธี 1  
2   ธรรมเพื่อความสวัสดี  1  
3 ฐิตินาถ  ณ พัทลุง  เข็มทิศชีวิต 2 :  กฎแห่งเข็มทิศ 1 สุกัญญา
4 ฐิตินาถ  ณ พัทลุง  เข็มทิศชีวิต 3 : ตอนกฎแห่งความสุข 1 ขนิษฐา
5 ปริญญา ตันสกุล สถาบันพระปกเกล้า 1 สุกัญญา
6    ธรรมาภิบาล  1  
7 สุมิตรา จันทร์เงา มนุษย์สื่อสารศรีภูมิ ศุขเนตร  1  
8 นำชัย เตชะรัตนะวิ..  อยากรวยต้องรู้ :  เคล็ด [ไม่] ลับสู่…อิสรภาพทางการเงิน 1 สุกัญญา
9 ป๊อบ เดอะไวท์โรด ภาค 1 เล่ม…  2  
10   ชา :เลือกชาดื่ม ซื้อชาเป็น  1  
11   เฉลยข้อสอบ GMAT เข้าปริญญาโทบริหารธุรกิจ (MBA)  1  
12 วศิน อินทสระ ปัญหาน่าสนใจทางพระพุทธศาสนา (ไขข้อข้องใจต่างๆ)  2  
13   เจาะลึก CU-Best :  business entrance scholastic test 1  
14 ศุภชัย สมพานิช ดาต้าเบสโปรแกรมมิ่งด้วย Visual Basic ฉบับมืออาชีพ  1  
15 ธนิดา จิตร์น้อมรัตน์ การบัญชีเพื่อการจัดการ : เครื่องมือสำคัญสำหรับผู้บริหารธุรกิจ  1  
16 ธานิศ เกศวพิทักษ์ คำอธิบายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา  2  
17 นันทวัน รุจิวงศ์ พ่อรวยสอนอะไรที่พ่อจนไม่เคยสอน  1 สุกัญญา
18  คอตเลอร์,  ฟิลิป การจัดการการตลาดฉบับเอเชีย   1  
19 ธีระ นุชเปี่ยม อดีตและปัจจุบันของสถาบันอุดมศึกษาไทย :  ภาพรวมสถาบันอุดมศึกษาประเภทต่าง ๆ  2  
20 อำนวย ศรีสุโข การบัญชี  1  
21   สารานุกรมการเมืองไทย 1  
22   เทศกาลงานประเพณีที่น่าสนใจทางการท่องเที่ยว 1  
23 กนก วงษ์ตระหง่าน  แนวพระราชดำริด้านการบริหารจัดการกรุงเทพมหานครของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว                                                                             1  
24 กรภัทร์ สุทธิดารา สร้างภาพกราฟฟิกบนเว็บด้วย Photoshop 5.5 and image ready  1  
25 ยุทธนา ลิลาศวัฒนกุล คู่มือการเขียนโปรแกรมและใช้งาน Visual C++.NET  ฉบับสมบูรณ์ 1  
26   การท่องเที่ยวไทยนานาชาติ 1  
27 ณพศิษฎ์ จักรพิทักษ์ ทฤษฎีการจัดการความรู้  1  
28 ยูรี, วิลเลียม. กลยุทธ์การสมานไมตรีเพื่อบรรลุสันติร่วมกัน  1  
29  วิชัย บุญธินันท์ การดำเนินชีวิตใหม่  1 สุกัญญา
30   จากงานวิจัยสู่ตำราและบทความ 1  
31 ศนันท์กรณ์ (จำปี) …. คำอธิบายกฎหมายลักษณะละเมิด จัดการงานนอกสั่ง และลาภมิควรได้  1  
32   การบริหารจัดการแนวคิดและทางเลือกร่วมสมัย  1  
33   ผลการสำรวจสถานการณ์และพฤติกรรมการหางานทำ… 1  
34   กระบี่ขอบฟ้าอันดามัน 1  
35 พรายพล คุ้มทรัพย์ สัมปทานในกิจการสาธารณูปโภค  1  
36 นวพร เรืองสกุล สัปดาห์สุดท้าย  1  
37   พิธีพระราชทานรางวัลพระสิทธิธาดาทองคำ 2548 1  
38   ปิดโลกนวัตกรรมไทย เล่ม  3 1  
39   เหลียวหลัง แลหน้า 110 ปี กรมที่ดิน 1  
40   ธรรมะใครรู้ 1  
41 เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์  คานงัดประเทศไทย  1  
42    ดูจิต-วิสัชนา ตอบโจทย์ 1  
43 วรากรณ์  สามโกเศศ ข้อเสนอทางเลือกระบบการศึกษาที่เหมาะสมกับสุขภาพคนไทย 1  
44   4 ทศวรรษนวัตกรรมมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์  1 สาวิตรี
45   รายงานการวิจัยประเมินกองทุนสุขภาพตำบล  1  
46   วิถีวิจัย : ทศวรรษที่ 5 สู่ความเป็นเลิศ 1  
47 ปราชญา กล้าผจัญ 108 คัมภีร์บริหาร  1  
48 ปราชญา กล้าผจัญ การบริหารทรัพยากรมนุษย์  1  
49 จุมพล หนิมพานิช การวิเคราะห์นโยบาย : ขอบข่าย แนวคิด ทฤษฏี และกรณีตัวอย่าง  1  
50 มัลลิกา ต้นสอน  การจัดการการเงินในองค์กรธุรกิจ  1  
51 วีรวัฒน์ วีรวรรณ เล่นหุ้นออนไลน์ไม่ยาก 1  
52 พิบูล ทีปะปาล  การจัดการเชิงกลยุทธ์   1  
53 ภราดร ปรีดาศักดิ์ หลักเศรษฐศาสตร์จุลภาค  1  
54 เฉลิมขวัญ ครุธบุญยงค์ การบัญชีเพื่อการจัดการ  1  
55 ไพฑูรย์ สินลารัตน์ การบริหารจัดการแนวคิดและทางเลือกร่วมสมัย  1  
56 ณัฎฐพันธ์ เขจรนันทน์ ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ 1  
57 ภาณุ   ลิมมานนท์ กลยุทธ์การบริหารลูกค้าสัมพันธ์ 1  
58 ทวีศักดิ์ เทพพิทักษ์ การจัดการการลอจิสติกส์ 1  
59 ดนัย ไชยโยธา The English grammar world  2  
60  นราศรี ไววนิชกุล ระเบียบวิธีวิจัยธุรกิจ  1  
61 บุญชม ศรีสะอาด การวิจัยเบื้องต้น  1  
62 รังสรรค์ ประเสริฐศรี พฤติกรรมองค์การ :  แบบทดสอบ & การประยุกต์ใช้ทฤษฎีพฤติกรรมองค์การ  1  
63 พรเพ็ญ เพชรสุขศิริ การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการบริหาร  1  
64   คู่มือเลือกซื้อสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 1  
65 นันทวัฒน์ บรมานันท์ การตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของเงื่อนไขการตราพระราชกำหนดและความชอบ 1  
66 อังครัตน์ เพรียบจริยวัฒน์ มาตรฐานการบัญชี : สาระสำคัญและตัวอย่างการเปิดเผยข้อมูล [มกราคม 2549]  1  
67 ศศิมา ศรีวิกรม์ จิ้งจกทัก  1  
68   แผนที่คนดี 1  
69 อดุลย์ จาตุรงคกุล การบริหารการตลาด กลยุทธ์และยุทธวิธี 1  
70  ประเวศ วะสี บนเส้นทางชีวิต  1  
71 สุทธศรี วงษ์สมาน ข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ.2552-2561)  1  
72   จากลูกไม้สู่ป่าใหญ่ 1  
73   ผีเสื้อกลางคืนในหุบเขาลำพญา 2  
74   อุทยานลานธรรม 1  
75 นิเวส วนคุณากร พระราชดำริลุ่มน้ำปากพนัง : เทิดพระเกียรติเจริญพระชนมายุ 7 รอบ  1  
76   ลอร์ดออฟเดอะริงส์ : มหันตภัยแห่งแหวน 1  
77 ชาติ กอบจิตติ คำพิพากษา 1  
78 เรวัต ตันตยานนท์ ถึงเวลาขึ้นชั้นเถ้าแก่มืออาชีพ  1  
79 สรยุทธ สุทัศนจินดา กรรมกรข่าวงานรับเหมา  1  
80   การจักสานสุ่มไก่ 1  
81   การจักสานชะลอม 1  
82   การจัดสานงอบ 1  
83    การทำกล่องกระดาษสา 1  
84    การทำกระดาษจากวัสดุธรรมชาติ 1  
85    การจักสานตะกร้อ 1  
86   การจักสานตะกร้า 1  
87   การทำเครื่องปั้นดินเผา 1  
88   การทำสุ่มปลา 1  
89    การจักสานหมวก 1  
90    การลงรักปิดทอง 1  
91   การทำสีจากวัสดุธรรมชาติ  1  
92   การทำสาแหรกกระจาดหาบ  1  
93    การจักสานบุ้งกี๋ 1  
94   การประดิษฐ์กระทง 1  
95   การจัดสานกระบุง 1  
96   การทำมัดย้อม 1  
97   การทำกล่องผ้าไหม 1  
98   การปั้นตู๊กตาชาววัง 1  
99   การทำสาแหรกกระจาดหาบ  1  
100   ฝ่ามรสุมการค้าโลก 2